|
![]() |
|
คุณภาพของ Fi-care (ฟิ-แคร์)
เนื่องจาก
Fi-care (ฟิ-แคร์) ใช้น้ำยาตัวเดียวกับน้ำยาที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า
TEGO 51 หรือ Ampholyt
51 ดังนั้น คุณภาพของFi-care
(ฟิ-แคร์) จึงเหมือนกับคุณภาพของ
TEGO 51 หรือ
Ampholyt ทุกประการ ซึ่งมีคุณภาพสรุปได้
ดังนี้
1. การได้รับการรับรองหรือการทดสอบ 1.1
การได้รับการรับรองจาก
อย. TEGO 51 ที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า เบสคอน
พี-เอ (BESCON
P-A) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ได้รับรองแล้ว
1.2
การทดสอบของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หน่วยโรคสัตว์น้ำ
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะสัตวแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทดสอบน้ำยา
TEGO 51 (Amino Acetic Acids
/ Alkyl Amines) กับเชื้อ Aeromones hydrophila พบว่า ความเข้มข้นต่ำสุด (MIC)
ที่สามารถระงับการเจริญของเชื้ออยู่ที่ 2
ppm และความเข้มข้นดังกล่าว
ได้ทดสอบกับปลาแฟนซีคาร์ฟ
พบว่า ไม่มีผลต่อการตายของปลา (หนังสือคณะสัตวแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่ ศธ
0512.22/2345 ลงวันที่ 15 สิงหาคม
2548) 1.3
การใช้ TEGO 51 ในบ่อเลี้ยงกุ้ง
ในประเทศใต้หวัน
ได้ใช้ TEGO 51 ความเข้มข้น
1 ถึง 2 ส่วน ต่อล้าน
(ppm) ใส่ลงในบ่อเลี้ยงกุ้งสัปดาห์ละหนึ่งหรือสองครั้ง
(ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำ)
ในตอนกลางวัน
(เวลาใดก็ได้) ทั้งนี้
ผลการดำเนินการดังกล่าวปรากฎว่า
ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น
ลดตะไคร่ (algae)
บนตัวกุ้ง
ป้องกันเชื้อโรค และทำให้กุ้งมีสุขภาพดี
กินอาหารได้ดีกว่า
และการเจริญเติบโตเร็วกว่า
2. ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ 2.1 ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัส
(VIRUS)
เชื้อโรค (Organisms) ความเข้มข้น Concen-tration ( % W/W) เวลาสัมผัส Killing time (minutes) สถานที่ทดสอบ (Place of Test) 2.1.1 Togaviridae Alpha
virus 1 1 University 1 1 University Rubi
virus 1 1 University
Flavi
virus 1 1 University
2.1.2 Orthomyxo - viridae Inluenza
virus Type A, B, C 1 1 University
2.1.3 Herpes-viridae Alphaherpes
virus 1 1 University
Betaherpes
virus 1 1 University
Gammaherpes
virus 1 1 University
2.1.4 Paramyxo-viridae Pneumo
virus 1 1 University
Paramyxo
virus 1 1 Morbilli
virus 1 1 2.1.5 Rhabdo-viridae Vesiculo
virus 1 1 University
Lyssa
virus 1 1 Plant
rhabdo virus 1 1 2.1.6 Poxviridae Chordopox
virus 1 1 University
Orthopox
virus 1 1 Avipox
virus 1 1 Capripox
virus 1 1 Leporipox
virus 1 1 Suipox
virus 1 1 Parapox
virus 1 1 Entomopox
virus Type A, B, C 1 1 Insectopox
virus 1 1 2.1.7 Picorna- viridae Entero
virus 1 1 University
Cardio
virus 1 1 Rhino
virus 1 1 Aphto
virus 1 1 2.1.8 Papova-viridae Papilloma
virus 1 1 University
Polyoma
virus 1 1 2.1.9 Adenoviridae Mastodeno
virus 1 1 University
Aviadeno
virus 1 1
เชื้อโรค (Organisms) ความเข้มข้น Concen-tration ( % W/W) เวลาสัมผัส Killing time (minutes) สถานที่ทดสอบ (Place of Test) 1. Corynebacterium
xerosis 1 1 German Society for Hygiene and Microbiology (DGHM), 2. Escherichia
coli 1 1 3. Micrococcus
luteus 1 1 4. Proteus mirabilis 1 1 5. Pseudomonas
aeruginosa 1 1 6. Salmonella typhimurium 1 1 7. Staphylococcus
aureus 1 1 8. Vibrio parahaemolyticus 1 1 1. Pseudomonas aeruginosa 2 10 ภาควิชาจุลชีววิทยา
คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2. Salmonella choleraesuis 2 10 3. staphylococcus aureus 2 10 1. Pseudomonas aeruginosa 0.2 5 ภาควิชาจุลชีววิทยา
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
(ต.ค.2543) 2. Salmonella choleraesuis 0.2 5 3. staphylococcus aureus 0.2 5 1. Pseudomonas aeruginosa 1 15 ภาควิชาจุลชีววิทยา
คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
(มี.ค.2542) 2. Salmonella choleraesuis 1 15 3. staphylococcus aureus 1 15 1. Compylopbacter jejuni 1 1 Leatherhead food 2. Listeria monocytogenes 1 1 3. Yersinia enterocolitica 1 1 1. Encephalitazoon cuniculi spores 1 1 Seymour S.Block, Disinfectant and antiseptic. A by chemical type, " Surface Active Agents : Amphoteric Compounds.", 1991 2. Bacillus cereus spores 1 >1 3. Streptococcus faecalis 1 5 4. Streptococcus faecium 1 5 1. Mycobacterium bovis 10 10 Paulas
M, 1967 The Dis -infectant effect
to some Prepara- tions in tuberculosis contami- nated enviroment Cesk Epi. Mi-
crobiol Imunol. 16(4) 228-236 1. Mycobacterium tuberculosis 16 2 60 >180 สำนักโรคเอดส์วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
เชื้อโรค (Organisms) ความเข้มข้น Concen-tration ( % W/W) เวลาสัมผัส Killing time (minutes) สถานที่ทดสอบ (Place of Test) 1. Geotrichum candidum 2. Penicillium expansum 3. Asperglifus flavus 4. Candida albicans 5. Hansenula anomala 6. Trichophyton Mentagrophytes 7. Mikrosporum gypseum 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 German Society for Hygiene and Microbiology (DGHM), 1. Saccharomyces cercvisiae 1 5 Nutrition and Food Research 1. Saccharomyces cercvisiae 1 5 Institute for food Microbiology LTD. Israel (July, 1982) 4. Candida albicans 0.2 5 ภาควิชาจุลชีววิทยาคณะเภสัช-ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ต.ค.2543) 4. Candida albicans 1 15 ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
(มี.ค. 2542) 2.4 ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อหวัดนก หวัดนก
(Bird flu) เป็นโรคที่เกิดในหมู่สัตว์ปีก
สาเหตุของโรคนี้ คือ
เชื้อไวรัส (Avian influ-enza viruses) ไวรัสนี้พบในระบบทางเดินอาหารของนกป่ากระจายอยู่ทั่วโลก
โดยไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์และสามารถถ่ายทอดไวรัสไปสู่สัตว์ปีกที่มนุษย์เลี้ยงไว้ เช่น
เป็ด ไก่ หรือ
ไก่งวง ซึ่งมีอาการรุนแรงถึงตายได้
จากการศึกษาพบว่า ไวรัสที่เป็นโรคติดต่อในสัตว์ปีก
เป็นเฉพาะชนิดไวรัส
A (Influenza A viruses) ซึ่งรวมถึงกลุ่มย่อยอื่นในกลุ่มไวรัส
A ไวรัส Influenza ชนิด
A จัดอยู่ใน
Family Orthomyxoviridae ซึ่งเคยถูกทดสอบแล้วว่าสามารถถูกทำลายได้ดี ด้วยสารฆ่าเชื้อโรคกลุ่ม
Amphoteric คือ Tego 51 ที่
University of Milan พบว่า จากการทดลองในห้องปฎิบัติการ
เพียง 1 % ของ Tego 51
สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ถึง 99.9 % ในเวลาสัมผัส
1-5 นาที สำหรับคำแนะนำการใช้
Tego 51
ในการทำลายไข้หวัดนกประจำวันนั้น
University of Milan แนะนำให้ใช้ส่วนผสมของ
Tego 51 ในอัตราส่วนเพียง
2 % เพราะสามารถทำลายเชื้อหวัดนกได้ภายใน
30 นาที หวัดนก (Bird flu) เกิดจากเชื้อไวรัส
Influenza A viruses กลุ่มย่อย H 5 N 1 ก็เป็นกลุ่มไวรัสที่เกิดโรคในสัตว์ปีกที่ถูกทดสอบโดย
University of 3. การระคายเคือง 3.1 การทดลองของ
Soerensen และคณะ (1969) พบว่า “…เมื่อใช้ Tego 51 ในความเข้มข้น 0.1 ถึง 0.5 (แอนนิ-แคร์
มีความเข้มข้น 0.18) ฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนัง
มีเพียง 0.3 % (หรือ 3 คน ใน 1,000 คน) เท่านั้น
ที่เกิดอาการระคายเคือง....” (บทความในหนังสือเรื่อง
Disinfectant, Sterlization,
and Preservation ในบทที่ 15 เรื่อง
Sufect-Active Agents: Amphoteric Compounds) 3.2
การทดลองของ Drs.J.W.Huisman and Fr.
A.P. de Groot
พบว่า
“Tego 51 หรือ Ampholyt
51 ในความเข้มข้น 1.0
และ 0.5 % อาจแสดงอาการระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยหรือน้อยมาก
เมื่อสัมผัสนานกว่า
24 ชั่วโมง แต่จะหายไปภายใน
72 ชั่วโมง” (จาก
RAPPORT NR R 2846 ของ
4. ความเป็นพิษ 4.1 การทดลองของ
Spanjers และ Til (1972) เมื่อให้หนูทดลองกิน
Tego
51 แบบเข้มข้น จะพบอัตราตายร้อยละ
50 ของหนูทดลอง เมื่อได้รับ
Tego 3900-4800 มิลลิกรัม/หนูหนัก
1 กิโลกรัม (Central Institute for Nutrition and Food Research, 1972) 4.2 การทดลองของ
Til และคณะ (1977) ทดลองหาความเป็นพิษเรื้อรังจากการบริโภค
Tego 51 ของหนูทดลองนาน
2 ปี หนูทดลองจะบริโภค Tego 51 300/1,000,000
ส่วน ในอาหาร
ไม่พบว่าหนูทดลองมีความผิดปกติใด
ๆ (Central Institute for
Nutrition and Food Research, 1977) 4.3 การทดลองของ
Kruysse
และ Seinen
ทดสอบความเป็นพิษจากการหายใจเอา
Tego
51 เข้าสู่ร่างกายหนูทดลองพบว่า
หนูทดลองจะตายร้อยละ
50 ในสภาพอากาศที่มีไอระเหยของ
Tego 51 410 มิลลิกรัม/อากาศ
1 ลูกบาศ์กเมตร นาน
8 ชั่วโมง
หากมีไอระเหย
Tego 51 ต่ำกว่า
160 มิลลิกรัม/อากาศ
1 ลูกบาศ์กเมตร
จะปลอดภัยไม่พบว่าหนูทดลองมีอาการผิดปกติใด
ๆ และ ผลการทดลองเพิ่ม
จึงสรุปได้ว่า
การมีไอระเหยของ Tego 51 0.1% ปะปนบรรยากาศไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อหนูทดลอง
แม้จะอยู่ในสภาวะนั้นนานเท่าใด
(Central Institute for Nutrition and Food Research, 1970)
5. ผลกระทบของ
Tego 51 ต่อสภาพแวดล้อม การทดสอบของ Schoberl (1985) คุณสมบัติการชะล้างของ
Tego
51 จะสลายตัวได้ถึงร้อยละ
98 และส่วนสารประกอบ Tego
51 จะสลายตัวได้มากกว่าร้อยละ
75 หลังจากใช้งานสู่สภาพแวดล้อม 30
วัน ซึ่งสูงกว่ามาตราฐานทางกฏหมายของ
German Detergent and Cleanser Law (Chemische
Werke Huls AG, Marl Germany. 1985) 6. การตกค้างของ
Tego 51 จากการทดลองของห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร (Labo-ratory Center for Food and Agricultural Product : LCFA) เมื่อเดือนสิงหาคม
2548 พบว่าเมื่อใช้ Tego 51 ความเข้มข้น 1% แช่ล้างผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์
จะมีปริมาณสารตกค้างน้อยมาก
คือมีค่าความเป็นพิษเพียง
0.12 mg/Kg ในผลไม้
0.30 mg/Kg ในเนื้อสัตว์ และ 2.06 mg/Kg ในผัก
ซึ่งถือว่าปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเทียบกับการทดลองของ
Central Institute For Nutrition and Food Research, The Netherlands พบว่า
เมื่อให้สัตว์ทดลองหนัก
1 kg. กิน Tego 51 ถึง 3900 mg จึงจะมีอัตราตายร้อยละ
50 เปรียบเทียบประเภทและประสิทธิภาพของสารฆ่าเชื้อในปัจจุบัน*
(DISINFECTANT) (DIAINFECTANT TYPE) ชนิดเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อ วัณโรค เชื้อรา สปอร์ ไวรัส gram + gram - NaDCC HYPOCHLORITE IODINE HALOGENS + + + + + + + + + + + + CHLORHEXIDINE CHLORHEXIDINE
+ ALC. CATION-ACTIVE + + + 0
+ 0 0 :
CETRIMIDE BENZALKONIUM CHORIDE CETRIMIDE+CHLORHEXIDINE + + + 0 + 0 0 TEGO 51 (Fi-care) CATION
/ ANION ACTIVE + + + + + + + + + + + CRESOL
(LYSOL) CHLOROXYLENOL
(DETTOL) PHENOLICS + + + + + + + 0
0 FORMALDEHYDE
(FORMALIN) GLUTARALDEHYDE(GLUTARIN) ALDEHYDES + + + + + + + + + + + + METHANOL ETHANOL ISOPROPANOL ALCOHOLS + + + + + + + + 0 0 HYDROGEN
PEROXIDE
OXIDIZING POTASSIUM
PERMANGANATE AGENTS
+ + + + + + 0 0 + + 0 + 0 0 + + = ได้ผลดียิ่งขึ้น
+ = ได้ผลปานกลาง
0 = ไม่ได้ผล
*รวบรวมจากเอกสารของกรมควบคุมโรคติดต่อ
กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง
“โรคติดต่อที่เป็นปัญหาใหม่” เล่มที่ 5 มาตรการความปลอดภัยในการควบคุมโรคระบาด
บทที่ 7 เรื่องการทำลายเชื้อ
หน้า 37-54 พ.ศ. 2541
---------------------------------------------------------------------- เปรียบเทียบคุณภาพของฟิ-แคร์
กับผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อตัวอื่น
ๆ รายการ ฟอร์มาลีน มาลาไคท์กรีน ไอโอดีน คลอรีน ฟิ-แคร์
1. ระดับความเป็นพิษ
(Toxicite) 2.
อัตราส่วนการใช้สาร
(DOSE) 3.
ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
(BACTERIA) 4.
ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อไวรัส
(VIRUS) 5.
ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อรา
(YEAS,
MOLD) 6.
ฤทธิ์ในการทำลายสปอร์ (SPORE)
แบคทีเรีย 7.
การตกค้าง (RESIDUE) 8. ความเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม สูงมาก น้อย ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก สูง สูง ปานกลาง น้อย ดีมาก ดีมาก ดี ดี สูง สูง สูงมาก น้อย ดีมาก ดี ดี ดี สูง ปานกลาง สูงมาก น้อย ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก สูงมาก สูง น้อยมาก น้อย ดีมาก ดีมาก ดี น้อย น้อยมาก น้อยมาก หมายเหตุ 1. ฟอร์มาลีน
มีผลต่อเซลล์ เนื้อเยื่อและระบบหายใจ
ไม่ควรสัมผัสกับผิวหนัง 2. มาลาไคท์กรีน
เป็นสารก่อมะเร็ง ไม่อาจสัมผัสกับผิวหนังของคนโดยตรงได้ 3. ฟิ-แคร์
มีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์
สัมผัสได้ ไม่มีผลต่อเซลล์
เนื้อเยื่อและระบบหายใจผลต่อเซลล์
เนื้อเยื่อและระบบหายใจ 4. แม้ว่าฟิ-แคร์จะมีประสิทธิภาพในการทำลายสปอร์ของแบคทีเรียได้น้อย
แต่โดยที่สปอร์ (SPORE)
ของแบคทีเรียส่วนใหญ่จะแตกภายใน
24 ชั่วโมง ดังนั้น หากใช้ฟิ-แคร์ซ้ำอีกภายใน
24 ชั่วโมง ก็จะสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่มีสปอร์นี้ได้ ----------------------- เชื้อโรคของปลาสวยงาม ที่ฟิ-แคร์ป้องกันและฆ่าได้และฆ่าไม่ได้
------------------------------ 1. เชื้อโรคที่ฟิ-แคร์ป้องกันและฆ่าได้
คือ 1) วัณโรคปลา 2) โรคท้องบวม 3) โรคครีบกร่อน 4) โรคตัวด่าง 5)
โรคแผลตามตัว 6) โรคเกล็ดตั้ง 7) โรคฝีเม็ดใหญ่ 8) โรคเหงือกเปื่อย 9) โรคแสนปม 10) โรคหูดปลา 11) เชื้อราต่าง ๆ 12) โปรโตซัว
ชนิดเซลล์เดียว 2. โรคที่เกิดจากปรสิต
ซึ่ง Fi-care ไม่อาจฆ่าได้
คือ 1) โปรตัวซัวหลายเซลล์
เช่น เห็บปลาระฆัง
โรคตกเลือดตามผิวหนัง
โรคเมือกขุ่น 2) พยาธิต่าง
ๆ เช่น พยาธิตัวแบน พยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม
พยาธิหัวหนาม และพยาธิปลิงใส
3) กลุ่ม Crustacean เช่น หนอนสมอ
โรคเห็บปลา และโรคหมัดปลา
-----------------------------
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|
![]() |
|
|
||||||