FI-CARE

Home | Our Product | Quality | Voice from Customers | How to buy / Our Agents / Where to Buy | PR/News/Activities | QA | Useful Links | Nice to Know

PR/News/Activities

 
หน้านี้มอบให้สำหรับการประชาสัมพันธ์ ข่าวและกิจกรรมต่าง ๆ
ของบริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Fi-care (ฟิ-แคร์)
 
ท่านที่ประสงค์จะสอบถามหรือมีกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Fi-care (ฟิ-แคร์)โปรดแจ้งหนือส่งภาพกิจกรรมเหล่านั้นไปที่
 
 
 
ทั้งนี้ โปรดส่งคำบรรยายภาพไปด้วย
เราจะนำลงในหน้านี้ครับ

สื่อรักสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2548
ลงภาพและข่าวว่า
 
     "....บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด  ขอแนะนำ ฟิ-แคร์  (Fi-care)  น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงามโดยเฉพาะ  เป็นน้ำยาจากประเทศเยอรมัน สถาบันทั้งในและต่างประเทศได้ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัสจาก นอกจากนั้น คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ทดสอบแล้วว่าเพียง 2 ppm   ก็สามารถระงับการเจริญเติบโตของเชื้อ Aeromones hydrophila รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อปลาแฟนซีคาร์ฟด้วย

fi-care_postcard.jpg

สนใจติดต่อได้ที่บริษัท
                  แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด
                  122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์ 
ตำบลบางรักใหญ่
                  อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
                  
โทรศัพท์/โทรสาร
                  0-2926-6500 หรือที่
                  E-mail : careforlife04@yahoo.com  
Website : http://fi-care.tripod.com 

ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนธันวาคม 2548
ในคอลัมน์ "สังคมคนรักสัตว์" โดย "อารามบอย" ลงข่าวว่า
 

         "......หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Ani-care ประสบผลสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อย คุณพุธทรัพย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสินค้าตัวใหม่ แต่คราวนี้มาในมาดใหม่  ไม่ใช่เกี่ยวกับสุนัขหรือแมว แต่เป็นยาฆ่าเชื้อในตู้ปลาซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะดูแค่คุณภาพของ Ani-care ก็เชื่อได้อยู่แล้วครับผม....."

 
Fish Zone 
ฉบับเดือนธันวาคม 2548
ลงภาพและข่าวดังนี้

fishzone1.jpg

 

          สัตว์น้ำที่เรียกว่า 'ปลา' ก็เหมือนกับสัตว์ทั่ว ๆ ไป รวมทั้งมนุษย์ ที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค ที่ปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ซึ่งหากการเจ็บป่วยดังกล่าว ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือได้รับการรักษาไม่ดีพอ เช่น การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ปลาตัวนั้นก็จะตายลง ซึ่งการตายนี้ หากเป็นปลาสวยงาม หรือปลาเศรษฐกิจ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยง รวมไปถึงการสร้างความเสียหายทางด้านจิตใจของผู้เลี้ยงด้วย ดังนั้น การรักษาจึงมีความสำคัญ แต่ที่สำคัญมากกว่า เห็นจะเป็นการป้องกัน ไม่ให้ปลาเกิดอาการเจ็บป่วย เพราะการป้องกันมีต้นทุนถูกกว่าและง่ายกว่าการรักษา ซึ่งวิธีการป้องกันนั้น มีอยู่หลากหลายวิธีการ แต่วิธีการที่นิยมกันคือ การใช้ผลิตภัณฑ์หรือเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาเพื่อปกป้องปลาโดยเฉพาะ อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่นำมาแนะนำกันนี้  นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีประสิทธิภาพทั้งปกป้อง และรักษาอาการเจ็บป่วยของปลาที่เรารักได้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีชื่อว่า 'ฟิ-แคร์' ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร และจะช่วยทำให้ปลาที่คุณรักปลอดภัยได้อย่างไร ผู้ที่จะให้คำตอบของข้อสงสัยนี้ได้ดีที่สุด คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คุณพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ 'ฟิ-แคร์' เราลองสละเวลาสักนิดเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แล้วคุณจะรู้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งกับปลาที่คุณรัก

 

Fish Zone :ฟิ-แคร์ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ?

คุณพุธทรัพย์ : ใช่ครับ เราเพิ่งผลิตฟิ-แคร์ แล้วเสร็จ และเริ่มวางตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ

 

Fish Zone : มีแรงจูงใจอย่างไร ถึงได้ผลิตฟิ-แคร์ ขึ้นมาจำหน่าย?

คุณพุธทรัพย์ :  เรามีตัวยาสำคัญ คือ TEGO 51 หรือ Ampholyt 51 ซึ่งเป็นน้ำยาจากประเทศเยอรมัน ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค และได้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมาประมาณ 60 ปี แล้ว  เราทราบในเรื่องคุณภาพของ Ampholyt 51 เกี่ยวกับการใช้กับสัตว์น้ำเป็นอย่างดี เพราะประเทศไต้หวันได้ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้ผลดีมาก ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น ลดตะใคร่ (algae) บนตัวกุ้ง ป้องกันเชื้อโรคและทำให้กุ้งมีสุขภาพดี กินอาหารได้ดีกว่าและการเจริญเติบโตเร็วกว่า ประกอบกับอุตสาหกรรมส่งออกปลาของไทยเรา ซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องมีเชื้อโรคในกระเพาะของปลาที่ส่งออก และอียูไม่ยอมรับ ต่อมาได้ใช้ Ampholyt 51 ใส่ในบ่อปลาก่อนส่งออก ปรากฏว่าไม่มีเชื้อโรคเลยครับ เราจึงตั้งใจที่จะนำออกมาใช้สำหรับการเลี้ยงปลาและกุ้งโดยทั่วไป แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ จนกระทั่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 14 เมษายน 2548 ได้ลงสกุ๊ปพิเศษเรื่อง หวัดนกถึงหวัดปลา โรคใหม่จากญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวถึงการระบาดของเชื้อไวรัส KHV (Koi Herpes Virus)  ทำให้ปลาโดยเฉพาะปลาคาร์ฟป่วยเป็นโรคเริมหรืองูสวัด มีตุ่มผุพองเกิดขึ้นที่ตัวปลา ซึ่งเราเรียกโรคนี้ว่า หวัดปลา โรคนี้อันตรายกว่า หวัดนก เพราะหวัดนกอยู่ในอากาศ เจอความร้อนก็ตาย แต่เมื่ออยู่ในน้ำ  น้ำที่เลี้ยงปลาไปถึงที่ไหน ไวรัสตัวนี้ก็ไปถึงที่นั่น  ซึ่งอันตรายมาก นอกจากปลาคาร์ฟแล้ว ปลาในตระกูลปลาคาร์ฟ หรือปลาที่อยู่ใกล้ชิดกับปลาตระกูลปลาคาร์ฟ ก็จะติดเชื้อได้โดยง่าย แต่ Ampholyt 51 สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อ Herpes Virus ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับไม่มีอันตรายใด ๆ ด้วย จึงได้นำผลิตภัณฑ์นี้ออกมาจำหน่ายสำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามโดยเฉพาะครับ

 

Fish Zone : น้ำยาฆ่าเชื้อโรคมีความจำเป็นต่อการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างไร ?

คุณพุธทรัพย์ : ปลาก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไปรวมทั้งมนุษย์ด้วยที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค หากรักษาไม่ดี หรือใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ปลาก็จะตาย ซึ่งเป็นการทำลายเศรษฐกิจทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยงปลาสวยงามครับ ดังนั้น หากปลาป่วยก็ต้องรักษาโดยการฆ่าเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม การป้องกันดีกว่าการรักษานะครับ เพราะการป้องกันถูกกว่า และฟิ-แคร์ของเราก็ใช้ทั้งในการป้องกันและการรักษาโรคของปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี

fishzone2.jpg

Fish Zone : ทำไมจึงควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ฟิ-แคร์  ?

คุณพุธทรัพย์ : ที่จริงน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดก็พอมีอยู่บ้าง แต่บางชนิดก็เป็นยาปฏิชีวนะซึ่งอันตรายพอสมควร บางชนิดเราไม่ทราบด้วยซ้ำว่าทำด้วยอะไร มีส่วนผสมอย่างไร และมีอันตรายหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน แต่ส่วนผสมสำคัญของฟิ-แคร์ คือ Ampholyt 51 นั้น ไม่เป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย เพราะได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว  นอกจากนั้น ยังไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และไม่ตกค้าง ดังนั้น จึงปลอดภัยทั้งปลาสวยงามและคนเลี้ยงครับ  

fishzone3.jpg

Fish Zone : น้ำยาได้ผ่านการทดสอบที่ไหนบ้าง ?

คุณพุธทรัพย์ : ในด้านการฆ่าเชื้อโรคนั้น สถาบันทั้งในและต่างประเทศได้ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งสัตว์เซลล์เดียวทุกชนิด นอกจากนั้น ยังไม่ระคายเคือง ไม่มีพิษ ไม่กระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งไม่ตกค้างด้วย รายละเอียดอาจจะดูได้ที่ http://fi-care.tripod.com  สำหรับการทดสอบที่ใช้กับปลาสวยงามนั้น  หน่วยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ทดสอบน้ำยา TEGO 51 (Amino Acetic Acids/Alkyl Amines) กับเชื้อ Aeromones hydrophila พบว่าความเข้มข้นต่ำสุด (MIC) ที่สามารถระงับการเจริญของเชื้ออยู่ที่ 2 ppm และความเข้มข้นดังกล่าว ได้ทดสอบกับปลาแฟนซีคาร์ฟ พบว่าไม่มีผลต่อการตายของปลา

                อนึ่ง ผมได้นำฟิ-แคร์ ไปทดลองที่ร้านปลาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีปลาป่วยอยู่ ปลาเริ่มตายแล้วครับ ลอยขึ้นมาประมาณ 4-5 ตัว ผมฉีดฟิ-แคร์ ลงไปตามปริมาณที่กำหนดไว้ ปลาตายขึ้นมาอีก 1 ตัว ครับ แต่หลังจากนั้น ทราบจากคนเลี้ยงว่า ปลาในตู้นั้นไม่ตายอีกเลย ร้านปลาอีกแห่งหนึ่งซึ่งนำเข้าและส่งออกปลา ได้ทดลองใช้ฟิ-แคร์ หลังจากนั้น 2  วัน ก็สั่งซื้อไปใช้และจำหน่ายทันทีครับ

Fish Zone :  ถ้าปลาเป็นโรคจุดขาว ใช้ฟิ-แคร์ได้ไหม ?

คุณพุธทรัพย์ :  โรคจุดขาวเป็นโปรโตซัวชนิดเซลล์เดียว  ฟิ-แคร์สามารถฆ่าได้เป็นอย่างดีครับ

Fish Zone :  ฟิ-แคร์ใช้ฆ่าเห็บปลากับหนอนได้ไหม ?

คุณพุธทรัพย์ :  ฟิ-แคร์ ใช้ฆ่าเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย หรือโรคที่เกิดจากสัตว์เซลล์เดียว ส่วนเห็บปลากับหนอนไม่ใช่สัตว์เซลล์เดียว จึงไม่อาจฆ่าได้ครับ

fishzone4.jpg

Fish Zone : จะเห็นผลการการรักษาปลาที่เป็นโรคภายในเวลานานเท่าใด ?

คุณพุธทรัพย์ : สามารถเห็นผลได้ภายใน 6 ชั่วโมง ครับ หากเป็นปลาป่วย ก็จะมีอาการดีขึ้น ส่วนในตู้ปลาหรือบ่อปลาที่ปลาเริ่มตาย หากใช้ฟิ-แคร์ ภายใน 6 ชั่วโมง ปลาที่เหลืออยู่ก็จะปลอดภัยครับ

 

Fish Zone : ปลาสวยงามชนิดใดบ้างที่ควรใช้ ฟิ-แคร์ ?

คุณพุธทรัพย์ : เนื่องจากได้ทดลองใช้ฟิ-แคร์กับปลาแฟนซีคาร์ฟ จึงใช้ได้กับปลาในตระกูลปลาคาร์ฟ หรือปลาที่อยู่ใกล้ชิดกับปลาตระกูลปลาคาร์ฟ อย่างไรก็ตาม โดยที่ฟิ-แคร์เป็นน้ำยาที่มีความปลอดภัยสูง จึงใช้ได้กับปลาสวยงามทุกชนิดครับ

Fish Zone : นอกจากคุณภาพและประโยชน์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ฟิ-แคร์ จะมีผลตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อปลาหรือไม่ ?

คุณพุธทรัพย์ : ดังที่ได้เรียนแล้วว่า ฟิ-แคร์ ไม่เป็นอันตรายต่อปลา ซึ่งผลการทดลองของห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร (Laboratory Center for Food and Agricultural Product : LCFA) ได้ยืนยันแล้วว่า เมื่อใช้ Ampholyt 51 ล้างผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ พบว่ามีปริมาณสารตกค้างน้อยมาก ถือว่าปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อใช้กับปลาจึงไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

fishzone5.jpg

Fish Zone :  ดีอย่างนี้จะหาซื้อฟิ-แคร์ได้ที่ใดบ้าง ?

พุธทรัพย์  ขณะนี้เรากำลังกระจายฟิ-แคร์ไปยังร้านขายปลาสวยงามทั่วไปครับ แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานจึงจะทั่วถึง ขณะนี้ก็มีตัวแทนร้านจำหน่ายอยู่บ้างแล้ว สนใจเข้าไปดูที่ http://fi-care.tripod.com  ในหัวข้อ “Our Agents / Where to buy” ครับ หากท่านอยู่ไกลกับร้านที่ลงไว้ ก็อาจสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้ครับ โดยคลิ๊กเข้าไปที่ www.careforlife04.com ในหัวข้อ ราคาและการสั่งซื้อฟิ-แคร์ (Fi-care)” เพื่อสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต (ในขณะนี้ ยังต้องโอนเงินผ่านทางธนาคารก่อน)  รือติดต่อโดยตรงได้ที่บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด 122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์  ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2926-6500 หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ผม      0-1935-8899 เรายินดีบริการเต็มที่ครับ สำหรับร้านปลาสวยงามใดที่ประสงค์จะนำผลิตภัณฑ์ ฟิ-แคร์    ไปจำหน่าย ก็ติดต่อกับเราได้ครับ

 

                เมื่อเลี้ยงปลาสวยงาม ท่านอาจประสบปัญหาปลาป่วย ปลาตายได้ ซึ่งสาเหตุการป่วยและการตายของปลามาจากเหตุหลายอย่าง เช่น จากสภาพน้ำ อาหาร อากาศ (ออกซิเจน) และเชื้อโรค เหตุ 3 อย่างแรก ฟิ-แคร์ ไม่อาจจะช่วยได้  แต่เมื่อถูกคุกคามจากเชื้อโรค ฟิ-แคร์ สามารถช่วยได้ครับ แต่ทั้งนี้ การป้องกันนั้นดีกว่าและถูกกว่าการรักษาครับ สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามที่บ้าน โดยมีตู้ปลาขนาด 40 ลิตร หากท่านใช้ฟิ-แคร์ ขนาด 110 ซี.ซี.  ก็จะคุ้มกันปลาของท่านได้ถึง 1 ปี ปลาของท่านจะปลอดภัยจากเชื้อโรคทั้งปวง สมกับคำขวัญของเราที่ว่า เพียงคุณใช้ฟิ-แคร์ 1 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์ ปลาจะสุขภาพดี  

fishzone6.jpg

หนังสืออาคารและที่ดิน
ปีที่ 7 ฉบับที่ 343 (35)
ฉบับพิเศษ ประจำเดือนมกราคม 2549
ลงข่าวในหน้า REPORT ว่า
 

สำหรับคนรักปลาสวยงาม

ฟิ-แคร์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคคุณภาพเยี่ยม

         ปลาก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไปรวมทั้งมนุษย์ด้วยที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค หากรักษาไม่ดี หรือใช้ยาที่ไม่เหมาะสมปลาก็จะตาย ซึ่งเป็นการทำลายเศรษฐกิจ ทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ดังนั้น หากปลาป่วยก็ต้องรักษาโดยการฆ่าเชื้อโรค  อย่างไรก็ตาม การป้องกันดีกว่าการรักษาแน่นอน  เพราะการป้องกันถูกกว่า และฟิ แคร์  ก็ใช้ทั้งในการป้องกันและการรักษาโรคของปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี

building.jpg

         นายพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด เปิดเผยกับ อาคารและที่ดินรายเดือน ว่า บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนรักปลาสวยงาม ภายใต้ชื่อ  ฟิ - แคร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมสำคัญ คือ Ampholyt 51 ไม่เป็นยาปฎิชีวนะ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อราเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย  เพราะได้ผ่านการทดสอบทั้งจากสถาบันในไทยและต่างประเทศแล้ว นอกจากนี้ ยังไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และไม่ตกค้าง ดังนั้น จึงปลอดภัยทั้งปลาสวยงามและคนเลี้ยง

         สาเหตุการป่วยและการตายของปลามาจากเหตุหลายอย่าง เช่น จากสภาพน้ำ อาหาร อากาศ (ออกซิเจน)และเชื้อโรค เหตุ 3 อย่างแรก ฟิ-แคร์ ไม่อาจจะช่วยได้ แต่ ฟิ-แคร์ ช่วยได้เฉพาะเหตุจากเชื้อโรคเท่านั้น และขอย้ำว่าการป้องกันนั้นดีกว่าและถูกกว่าการรักษา สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามที่บ้าน โดยมีตู้ปลาขนาด 40 ลิตร หากท่านใช้ ฟิ- แคร์ ขนาด 110 ซี.ซี. ก็จะคุ้มกันปลาของท่านได้ถึง 1 ปี ปลาของท่านจะปลอดภัยจากเชื้อโรคได้แน่นอน

         สำหรับปริมาณการใช้ ฟิ-แคร์ นั้นแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ กล่าวคือ หากใช้กรณีป้องกันโรค หรือกักกันโรค (ซึ่งเป็นกรณีที่ได้ปลาใหม่มา ก่อนที่จะนำมารวมกับปลาเก่า) ให้ใช้ฟิ-แคร์เพียง 1 ลบ.ซม. (ซี.ซี.) ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกสัปดาห์ ส่วนกรณีที่ปลาป่วยหรือติดชื้อโรค ให้ใช้ฟิ-แคร์เพียง 1  ซี.ซี.  ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกวันจน