FI-CARE

Home | Our Product | Quality | Voice from Customers | How to buy / Our Agents / Where to Buy | PR/News/Activities | QA | Useful Links | Nice to Know

PR/News/Activities

 
หน้านี้มอบให้สำหรับการประชาสัมพันธ์ ข่าวและกิจกรรมต่าง ๆ
ของบริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Fi-care (ฟิ-แคร์)
 
ท่านที่ประสงค์จะสอบถามหรือมีกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Fi-care (ฟิ-แคร์)โปรดแจ้งหนือส่งภาพกิจกรรมเหล่านั้นไปที่
 
 
 
ทั้งนี้ โปรดส่งคำบรรยายภาพไปด้วย
เราจะนำลงในหน้านี้ครับ

สื่อรักสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2548
ลงภาพและข่าวว่า
 
     "....บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด  ขอแนะนำ ฟิ-แคร์  (Fi-care)  น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงามโดยเฉพาะ  เป็นน้ำยาจากประเทศเยอรมัน สถาบันทั้งในและต่างประเทศได้ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อไวรัสจาก นอกจากนั้น คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ทดสอบแล้วว่าเพียง 2 ppm   ก็สามารถระงับการเจริญเติบโตของเชื้อ Aeromones hydrophila รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อปลาแฟนซีคาร์ฟด้วย

fi-care_postcard.jpg

สนใจติดต่อได้ที่บริษัท
                  แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด
                  122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์ 
ตำบลบางรักใหญ่
                  อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
                  
โทรศัพท์/โทรสาร
                  0-2926-6500 หรือที่
                  E-mail : careforlife04@yahoo.com  
Website : http://fi-care.tripod.com 

ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนธันวาคม 2548
ในคอลัมน์ "สังคมคนรักสัตว์" โดย "อารามบอย" ลงข่าวว่า
 

         "......หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Ani-care ประสบผลสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อย คุณพุธทรัพย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสินค้าตัวใหม่ แต่คราวนี้มาในมาดใหม่  ไม่ใช่เกี่ยวกับสุนัขหรือแมว แต่เป็นยาฆ่าเชื้อในตู้ปลาซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะดูแค่คุณภาพของ Ani-care ก็เชื่อได้อยู่แล้วครับผม....."

 
Fish Zone 
ฉบับเดือนธันวาคม 2548
ลงภาพและข่าวดังนี้

fishzone1.jpg

 

          สัตว์น้ำที่เรียกว่า 'ปลา' ก็เหมือนกับสัตว์ทั่ว ๆ ไป รวมทั้งมนุษย์ ที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค ที่ปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว ซึ่งหากการเจ็บป่วยดังกล่าว ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือได้รับการรักษาไม่ดีพอ เช่น การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ปลาตัวนั้นก็จะตายลง ซึ่งการตายนี้ หากเป็นปลาสวยงาม หรือปลาเศรษฐกิจ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยง รวมไปถึงการสร้างความเสียหายทางด้านจิตใจของผู้เลี้ยงด้วย ดังนั้น การรักษาจึงมีความสำคัญ แต่ที่สำคัญมากกว่า เห็นจะเป็นการป้องกัน ไม่ให้ปลาเกิดอาการเจ็บป่วย เพราะการป้องกันมีต้นทุนถูกกว่าและง่ายกว่าการรักษา ซึ่งวิธีการป้องกันนั้น มีอยู่หลากหลายวิธีการ แต่วิธีการที่นิยมกันคือ การใช้ผลิตภัณฑ์หรือเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาเพื่อปกป้องปลาโดยเฉพาะ อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่นำมาแนะนำกันนี้  นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีประสิทธิภาพทั้งปกป้อง และรักษาอาการเจ็บป่วยของปลาที่เรารักได้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีชื่อว่า 'ฟิ-แคร์' ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร และจะช่วยทำให้ปลาที่คุณรักปลอดภัยได้อย่างไร ผู้ที่จะให้คำตอบของข้อสงสัยนี้ได้ดีที่สุด คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คุณพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ 'ฟิ-แคร์' เราลองสละเวลาสักนิดเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แล้วคุณจะรู้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งกับปลาที่คุณรัก

 

Fish Zone :ฟิ-แคร์ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ?

คุณพุธทรัพย์ : ใช่ครับ เราเพิ่งผลิตฟิ-แคร์ แล้วเสร็จ และเริ่มวางตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ

 

Fish Zone : มีแรงจูงใจอย่างไร ถึงได้ผลิตฟิ-แคร์ ขึ้นมาจำหน่าย?

คุณพุธทรัพย์ :  เรามีตัวยาสำคัญ คือ TEGO 51 หรือ Ampholyt 51 ซึ่งเป็นน้ำยาจากประเทศเยอรมัน ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค และได้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมาประมาณ 60 ปี แล้ว  เราทราบในเรื่องคุณภาพของ Ampholyt 51 เกี่ยวกับการใช้กับสัตว์น้ำเป็นอย่างดี เพราะประเทศไต้หวันได้ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้ผลดีมาก ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น ลดตะใคร่ (algae) บนตัวกุ้ง ป้องกันเชื้อโรคและทำให้กุ้งมีสุขภาพดี กินอาหารได้ดีกว่าและการเจริญเติบโตเร็วกว่า ประกอบกับอุตสาหกรรมส่งออกปลาของไทยเรา ซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องมีเชื้อโรคในกระเพาะของปลาที่ส่งออก และอียูไม่ยอมรับ ต่อมาได้ใช้ Ampholyt 51 ใส่ในบ่อปลาก่อนส่งออก ปรากฏว่าไม่มีเชื้อโรคเลยครับ เราจึงตั้งใจที่จะนำออกมาใช้สำหรับการเลี้ยงปลาและกุ้งโดยทั่วไป แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ จนกระทั่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 14 เมษายน 2548 ได้ลงสกุ๊ปพิเศษเรื่อง หวัดนกถึงหวัดปลา โรคใหม่จากญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวถึงการระบาดของเชื้อไวรัส KHV (Koi Herpes Virus)  ทำให้ปลาโดยเฉพาะปลาคาร์ฟป่วยเป็นโรคเริมหรืองูสวัด มีตุ่มผุพองเกิดขึ้นที่ตัวปลา ซึ่งเราเรียกโรคนี้ว่า หวัดปลา โรคนี้อันตรายกว่า หวัดนก เพราะหวัดนกอยู่ในอากาศ เจอความร้อนก็ตาย แต่เมื่ออยู่ในน้ำ  น้ำที่เลี้ยงปลาไปถึงที่ไหน ไวรัสตัวนี้ก็ไปถึงที่นั่น  ซึ่งอันตรายมาก นอกจากปลาคาร์ฟแล้ว ปลาในตระกูลปลาคาร์ฟ หรือปลาที่อยู่ใกล้ชิดกับปลาตระกูลปลาคาร์ฟ ก็จะติดเชื้อได้โดยง่าย แต่ Ampholyt 51 สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อ Herpes Virus ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับไม่มีอันตรายใด ๆ ด้วย จึงได้นำผลิตภัณฑ์นี้ออกมาจำหน่ายสำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามโดยเฉพาะครับ

 

Fish Zone : น้ำยาฆ่าเชื้อโรคมีความจำเป็นต่อการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างไร ?

คุณพุธทรัพย์ : ปลาก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไปรวมทั้งมนุษย์ด้วยที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค หากรักษาไม่ดี หรือใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ปลาก็จะตาย ซึ่งเป็นการทำลายเศรษฐกิจทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยงปลาสวยงามครับ ดังนั้น หากปลาป่วยก็ต้องรักษาโดยการฆ่าเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม การป้องกันดีกว่าการรักษานะครับ เพราะการป้องกันถูกกว่า และฟิ-แคร์ของเราก็ใช้ทั้งในการป้องกันและการรักษาโรคของปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี

fishzone2.jpg

Fish Zone : ทำไมจึงควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ฟิ-แคร์  ?

คุณพุธทรัพย์ : ที่จริงน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดก็พอมีอยู่บ้าง แต่บางชนิดก็เป็นยาปฏิชีวนะซึ่งอันตรายพอสมควร บางชนิดเราไม่ทราบด้วยซ้ำว่าทำด้วยอะไร มีส่วนผสมอย่างไร และมีอันตรายหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน แต่ส่วนผสมสำคัญของฟิ-แคร์ คือ Ampholyt 51 นั้น ไม่เป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย เพราะได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว  นอกจากนั้น ยังไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และไม่ตกค้าง ดังนั้น จึงปลอดภัยทั้งปลาสวยงามและคนเลี้ยงครับ  

fishzone3.jpg

Fish Zone : น้ำยาได้ผ่านการทดสอบที่ไหนบ้าง ?

คุณพุธทรัพย์ : ในด้านการฆ่าเชื้อโรคนั้น สถาบันทั้งในและต่างประเทศได้ทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งสัตว์เซลล์เดียวทุกชนิด นอกจากนั้น ยังไม่ระคายเคือง ไม่มีพิษ ไม่กระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งไม่ตกค้างด้วย รายละเอียดอาจจะดูได้ที่ http://fi-care.tripod.com  สำหรับการทดสอบที่ใช้กับปลาสวยงามนั้น  หน่วยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้ทดสอบน้ำยา TEGO 51 (Amino Acetic Acids/Alkyl Amines) กับเชื้อ Aeromones hydrophila พบว่าความเข้มข้นต่ำสุด (MIC) ที่สามารถระงับการเจริญของเชื้ออยู่ที่ 2 ppm และความเข้มข้นดังกล่าว ได้ทดสอบกับปลาแฟนซีคาร์ฟ พบว่าไม่มีผลต่อการตายของปลา

                อนึ่ง ผมได้นำฟิ-แคร์ ไปทดลองที่ร้านปลาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีปลาป่วยอยู่ ปลาเริ่มตายแล้วครับ ลอยขึ้นมาประมาณ 4-5 ตัว ผมฉีดฟิ-แคร์ ลงไปตามปริมาณที่กำหนดไว้ ปลาตายขึ้นมาอีก 1 ตัว ครับ แต่หลังจากนั้น ทราบจากคนเลี้ยงว่า ปลาในตู้นั้นไม่ตายอีกเลย ร้านปลาอีกแห่งหนึ่งซึ่งนำเข้าและส่งออกปลา ได้ทดลองใช้ฟิ-แคร์ หลังจากนั้น 2  วัน ก็สั่งซื้อไปใช้และจำหน่ายทันทีครับ

Fish Zone :  ถ้าปลาเป็นโรคจุดขาว ใช้ฟิ-แคร์ได้ไหม ?

คุณพุธทรัพย์ :  โรคจุดขาวเป็นโปรโตซัวชนิดเซลล์เดียว  ฟิ-แคร์สามารถฆ่าได้เป็นอย่างดีครับ

Fish Zone :  ฟิ-แคร์ใช้ฆ่าเห็บปลากับหนอนได้ไหม ?

คุณพุธทรัพย์ :  ฟิ-แคร์ ใช้ฆ่าเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย หรือโรคที่เกิดจากสัตว์เซลล์เดียว ส่วนเห็บปลากับหนอนไม่ใช่สัตว์เซลล์เดียว จึงไม่อาจฆ่าได้ครับ

fishzone4.jpg

Fish Zone : จะเห็นผลการการรักษาปลาที่เป็นโรคภายในเวลานานเท่าใด ?

คุณพุธทรัพย์ : สามารถเห็นผลได้ภายใน 6 ชั่วโมง ครับ หากเป็นปลาป่วย ก็จะมีอาการดีขึ้น ส่วนในตู้ปลาหรือบ่อปลาที่ปลาเริ่มตาย หากใช้ฟิ-แคร์ ภายใน 6 ชั่วโมง ปลาที่เหลืออยู่ก็จะปลอดภัยครับ

 

Fish Zone : ปลาสวยงามชนิดใดบ้างที่ควรใช้ ฟิ-แคร์ ?

คุณพุธทรัพย์ : เนื่องจากได้ทดลองใช้ฟิ-แคร์กับปลาแฟนซีคาร์ฟ จึงใช้ได้กับปลาในตระกูลปลาคาร์ฟ หรือปลาที่อยู่ใกล้ชิดกับปลาตระกูลปลาคาร์ฟ อย่างไรก็ตาม โดยที่ฟิ-แคร์เป็นน้ำยาที่มีความปลอดภัยสูง จึงใช้ได้กับปลาสวยงามทุกชนิดครับ

Fish Zone : นอกจากคุณภาพและประโยชน์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ฟิ-แคร์ จะมีผลตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อปลาหรือไม่ ?

คุณพุธทรัพย์ : ดังที่ได้เรียนแล้วว่า ฟิ-แคร์ ไม่เป็นอันตรายต่อปลา ซึ่งผลการทดลองของห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร (Laboratory Center for Food and Agricultural Product : LCFA) ได้ยืนยันแล้วว่า เมื่อใช้ Ampholyt 51 ล้างผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ พบว่ามีปริมาณสารตกค้างน้อยมาก ถือว่าปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อใช้กับปลาจึงไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

fishzone5.jpg

Fish Zone :  ดีอย่างนี้จะหาซื้อฟิ-แคร์ได้ที่ใดบ้าง ?

พุธทรัพย์  ขณะนี้เรากำลังกระจายฟิ-แคร์ไปยังร้านขายปลาสวยงามทั่วไปครับ แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานจึงจะทั่วถึง ขณะนี้ก็มีตัวแทนร้านจำหน่ายอยู่บ้างแล้ว สนใจเข้าไปดูที่ http://fi-care.tripod.com  ในหัวข้อ “Our Agents / Where to buy” ครับ หากท่านอยู่ไกลกับร้านที่ลงไว้ ก็อาจสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้ครับ โดยคลิ๊กเข้าไปที่ www.careforlife04.com ในหัวข้อ ราคาและการสั่งซื้อฟิ-แคร์ (Fi-care)” เพื่อสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต (ในขณะนี้ ยังต้องโอนเงินผ่านทางธนาคารก่อน)  รือติดต่อโดยตรงได้ที่บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด 122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์  ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2926-6500 หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ผม      0-1935-8899 เรายินดีบริการเต็มที่ครับ สำหรับร้านปลาสวยงามใดที่ประสงค์จะนำผลิตภัณฑ์ ฟิ-แคร์    ไปจำหน่าย ก็ติดต่อกับเราได้ครับ

 

                เมื่อเลี้ยงปลาสวยงาม ท่านอาจประสบปัญหาปลาป่วย ปลาตายได้ ซึ่งสาเหตุการป่วยและการตายของปลามาจากเหตุหลายอย่าง เช่น จากสภาพน้ำ อาหาร อากาศ (ออกซิเจน) และเชื้อโรค เหตุ 3 อย่างแรก ฟิ-แคร์ ไม่อาจจะช่วยได้  แต่เมื่อถูกคุกคามจากเชื้อโรค ฟิ-แคร์ สามารถช่วยได้ครับ แต่ทั้งนี้ การป้องกันนั้นดีกว่าและถูกกว่าการรักษาครับ สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามที่บ้าน โดยมีตู้ปลาขนาด 40 ลิตร หากท่านใช้ฟิ-แคร์ ขนาด 110 ซี.ซี.  ก็จะคุ้มกันปลาของท่านได้ถึง 1 ปี ปลาของท่านจะปลอดภัยจากเชื้อโรคทั้งปวง สมกับคำขวัญของเราที่ว่า เพียงคุณใช้ฟิ-แคร์ 1 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์ ปลาจะสุขภาพดี  

fishzone6.jpg

หนังสืออาคารและที่ดิน
ปีที่ 7 ฉบับที่ 343 (35)
ฉบับพิเศษ ประจำเดือนมกราคม 2549
ลงข่าวในหน้า REPORT ว่า
 

สำหรับคนรักปลาสวยงาม

ฟิ-แคร์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคคุณภาพเยี่ยม

         ปลาก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไปรวมทั้งมนุษย์ด้วยที่ต้องเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อโรค หากรักษาไม่ดี หรือใช้ยาที่ไม่เหมาะสมปลาก็จะตาย ซึ่งเป็นการทำลายเศรษฐกิจ ทั้งของผู้ขายและของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม ดังนั้น หากปลาป่วยก็ต้องรักษาโดยการฆ่าเชื้อโรค  อย่างไรก็ตาม การป้องกันดีกว่าการรักษาแน่นอน  เพราะการป้องกันถูกกว่า และฟิ แคร์  ก็ใช้ทั้งในการป้องกันและการรักษาโรคของปลาสวยงามได้เป็นอย่างดี

building.jpg

         นายพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด เปิดเผยกับ อาคารและที่ดินรายเดือน ว่า บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนรักปลาสวยงาม ภายใต้ชื่อ  ฟิ - แคร์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมสำคัญ คือ Ampholyt 51 ไม่เป็นยาปฎิชีวนะ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อราเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย  เพราะได้ผ่านการทดสอบทั้งจากสถาบันในไทยและต่างประเทศแล้ว นอกจากนี้ ยังไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และไม่ตกค้าง ดังนั้น จึงปลอดภัยทั้งปลาสวยงามและคนเลี้ยง

         สาเหตุการป่วยและการตายของปลามาจากเหตุหลายอย่าง เช่น จากสภาพน้ำ อาหาร อากาศ (ออกซิเจน)และเชื้อโรค เหตุ 3 อย่างแรก ฟิ-แคร์ ไม่อาจจะช่วยได้ แต่ ฟิ-แคร์ ช่วยได้เฉพาะเหตุจากเชื้อโรคเท่านั้น และขอย้ำว่าการป้องกันนั้นดีกว่าและถูกกว่าการรักษา สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามที่บ้าน โดยมีตู้ปลาขนาด 40 ลิตร หากท่านใช้ ฟิ- แคร์ ขนาด 110 ซี.ซี. ก็จะคุ้มกันปลาของท่านได้ถึง 1 ปี ปลาของท่านจะปลอดภัยจากเชื้อโรคได้แน่นอน

         สำหรับปริมาณการใช้ ฟิ-แคร์ นั้นแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ กล่าวคือ หากใช้กรณีป้องกันโรค หรือกักกันโรค (ซึ่งเป็นกรณีที่ได้ปลาใหม่มา ก่อนที่จะนำมารวมกับปลาเก่า) ให้ใช้ฟิ-แคร์เพียง 1 ลบ.ซม. (ซี.ซี.) ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกสัปดาห์ ส่วนกรณีที่ปลาป่วยหรือติดชื้อโรค ให้ใช้ฟิ-แคร์เพียง 1  ซี.ซี.  ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกวันจนกว่าปลาจะหาย ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูที่  http://ficare.tripod  ในหัวข้อ Our Agents / Where to buy หรือคลิกเข้าไปที่ www.careforlife04@yahoo.com ในหัวข้อ ราคาและการสั่งซื้อฟิ-แคร์ (Fi-care)

building-1.jpg

_______________________
 
PET-MAG
นิตยสารสัตว์เลี้ยงปีที่ 7 ฉบับที่ 80 เดือนกุมภาพันธ์ 2549
ได้ลงข่าวข้างล่างนี้
 

ถามตอบกับ Fi-care

 

ถาม ปลาสวยงามสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ดูแลถนอมเป็นอย่างดีเกิดป่วยเพราะติดเชื้อจะทำอย่างไรดี โรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโรคแผลตามตัว โรคหางกร่อน โรคท้องบวม โรคตัวด่าง โรคเกล็ดตั้ง โรคหูดปลา วัณโรค และฝีเม็ดใหญ่ เหล่านี้จะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ก็เชื้อไวรัส หมายความว่า Fi-care สามารถรักษาและป้องกันได้ทั้งหมดใช่ไหม ?

ตอบ ต้องขอทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า Fi-care เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค จึงใช้ได้ดีในการป้องกันไม่ให้ปลาติดเชื้อโรค สำหรับกรณีที่ปลาติดเชื้อโรคแล้วนั้น Fi-care จะฆ่าเชื้อโรคในสภาพแวดล้อมของปลาคือในน้ำ และบริเวณผิวนอกของปลารวมทั้งในกระเพาะปลาได้เท่านั้น ไม่อาจจะฆ่าเชื้อโรคในตัวปลาได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเชื้อโรคในน้ำ บนผิวหนังและในกระเพาะตาย ก็จะทำให้ปลาแข็งแรงขึ้น สำหรับคำถามนั้น ขอแยกตอบ ดังนี้

1 โรคแผลตามตัว และฝีเม็ดใหญ่  ซึ่งเป็นโรคจากกลุ่มแบคทีเรีย Fi-care ฆ่าได้

2  วัณโรค ซึ่งเป็นแบคทีเรียเช่นเดียวกันนั้น Fi-care ฆ่าได้ แต่อาจจะต้องเพิ่มความเข้มขึ้น โดยใช้ Fi-care 2 ลบ.ซม. ต่อน้ำ 20 ลิตร

3   โรคหูดปลา เป็นซึ่งโรคจากกลุ่มไวรัส  Fi-care  ฆ่าได้

4   โรคหางกร่อน และโรคตัวด่าง เป็นทั้งแบคทีเรียและพยาธิ ในส่วนของแบคทีเรียนั้น Fi-care ฆ่าได้ ส่วนที่เป็นพยาธินั้น Fi-care ฆ่าไม่ได้ครับ

5   โรคท้องบวมและโรคเกล็ดตั้ง  ซึ่งเป็นทั้งแบคทีเรียและไวรัสนั้น Fi-care ฆ่าได้ 

 

ถาม  Fi-care จะใช้อย่างไรกับกรณีปลาสวยงามที่จะส่งออกเพราะปลามักจะเป็นโรคตัวด่างจากการเคลื่อนย้าย?

ตอบ  ควรผสม Fi-care ในน้ำสำหรับการลำเลียง โดยใช้ความเข้มข้น 2 ppm (Fi-care  1 ลบ.ซม. ต่อน้ำ 20 ลิตร)

pet-mag1.jpg

ถาม Fi-care ใช้กับปลาสวยงามที่อยู่ในน้ำเค็มได้ไหม?

ตอบ น้ำทะเลที่เลี้ยงปลาสวยงามหรือกุ้งกุลาดำ มีความเค็ม เท่ากับ 30 ppt (part per thousand) และโดยที่ผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้ Tego 51 ในการเลี้ยงกุ้งได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การใช้  Fi-care กับปลาสวยงามในน้ำเค็ม จึงไม่มีผลต่อปัญหาการใช้ แต่ประการใด  

ถาม Fi-care มีผลกระทบต่อพรรณไม้น้ำหรือเปล่าหากใช้ต่อเนื่อง?

ตอบ ไม่มีผลกระทบใด ๆ ครับ เพราะ  Fi-care มีความปลอดภัยต่อคน สัตว์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้ใช้อย่างต่อเนื่อง

pet-mag2.jpg

ถาม Fi-care ใช้กับน้ำในตู้ฟักได้ไหม มีผลกระทบต่อลูกปลาหรือไข่ปลาไหม?

ตอบ ใช้ได้ครับ ไม่มีผลกระทบใด ๆ

ถาม Fi-care ใช้แทนด่างทับทิมได้ใช่ไหม หากนำมาแช่พวกไรหรือลูกน้ำก่อนใส่ตู้เลี้ยงปลาได้หรือไม่  มีผลอะไรไหม หรือว่าเอาพวกไรหรือลูกน้ำใส่ในตู้ปลาที่มี Fi-care ผสมได้เลยโดยไม่ต้องแช่ด่างทับทิมก็ได้หรือเปล่า?

ตอบ ใช้ Fi-care แทนด่างทับทิมได้ครับ ทั้งนี้ จะใช้ Fi-care แช่พวกไรหรือลูกน้ำก่อน หรือจะใส่ไรหรือลูกน้ำลงในตู้ปลาที่ใส่ Fi-care ไว้แล้วก็ได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่ไรหรือลูกน้ำที่ตักมาจากแหล่งธรรมชาติควรแยกสิ่งปนเปื้อนออกก่อนใช้

 

ถาม Fi-care ใช้ได้แต่เฉพาะปลาสวยงามเท่านั้นหรือ?  เป็นไปได้ไหมถ้าจะนำมาใช้กับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเป็นอาหาร เช่น ใส่ในบ่อเลี้ยงกบ หรือใช้กับบ่อเลี้ยงกุ้งเหมือนที่ไต้หวันใช้ Ampholyt 51?

ตอบ ในปัจจุบันได้ใช้ Ampholyt 51  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Fi-care ในอุตสาหกรรมปลาและกุ้งอยู่แล้วครับ    

pet-mag3.jpg

ถาม Fi-care เป็นอันตรายต่อมนุษย์ไหม? 

ตอบ Fi-care มีความปลอดภัยต่อมนุษย์สูงมาก เพราะไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคืองและไม่ตกค้าง

 

ถาม Fi-care ใช้ล้างผักผลไม้ได้หรือเปล่า ?

ตอบ ขณะนี้เราได้ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อนำ TEGO 51 หรือ Ampholyt 51  ความเข้มข้น 1 % มาใช้ในการล้างผักและผลไม้ครับ (Fi-care ก่อนผสมน้ำ มีความเข้มข้น 4 %)  ทั้งนี้ หาก อย. รับรองแล้ว จะได้นำ TEGO 51 มาใช้ในการล้างผักและผลไม้ต่อไป

ถาม หากไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์ และใช้ Fi-care ล้างผักผลไม้ได้ ก็ใช้อมแทนน้ำยาบ้วนปากได้ใช่ไหม สงสัยจัง? แล้วล้างแผลได้ไหม?

pet-mag4.jpg

ตอบ ขณะนี้กรรมการบริษัทของเราได้ใช้ Ampholyt 51  ความเข้มข้น 0.5 % แทนน้ำยาบ้วนปากอยู่แล้ว และกำลังประสานกับคณะทันตแพทย์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งช่วยทดลองให้ หากได้ผลการทดลองอย่างเป็นทางการ เราก็จะได้ขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทำน้ำยาบ้วนปาก เพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นปากต่อไป สำหรับการล้างแผลนั้น โดยที่  Fi-care เป็นสารกลุ่ม Amphoteric ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค จึงสามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็น เช่น การติดเชื้อ เป็นต้น

pet-mag5.jpg

ถาม Fi-care จะมีปฏิกริยาต่อต้านหรือลบล้างคุณสมบัติเวลาใช้คู่กับน้ำยาปรับสภาพน้ำหรือสารเคมีหรือตัวยาอื่น ๆ หรือไม่ อยากรู้?

ตอบ Fi-care มีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อน หากน้ำยาปรับสภาพที่เป็นด่างหรือกรดมากเกินไป อาจจะทำลายคุณภาพซึ่งกันและกันได้

ถาม Fi-care สามารถลดหรือฆ่าตะไคร่น้ำได้หรือ จึงลดตะไคร่บนตัวกุ้งในบ่อได้ ตะไคร่บนก้อนกรวดตามกระจกตู้จะช่วยลดได้หรือเปล่า? มันล้างยากเหนื่อย

ตอบ ได้ครับ  และขอแนะนำเพิ่มเติมว่าตู้ปลาควรตั้งอยู่ในสถานที่ที่รับแสงน้อย เพราะแสงสว่างจะทำให้ตะไคร่น้ำเจริญเติบโตเร็ว

pet-mag6.jpg

ถาม Fi-care มีความเป็นกรดหรือด่างหรือเป็นกลาง มีผลต่อค่า pH น้ำหรือเปล่า?

ตอบ Fi-care มีความเป็นด่างอ่อน ๆ และมีค่า pH 7- 8.5 ซึ่งใกล้เคียงกับสภาพน้ำประปาและน้ำธรรมชาติ

pet-mag7.jpg

ถาม Fi-care เป็นน้ำยาที่ผลิตในนี้โดยมีตัวหลักคือ TEGO 51 หรือนำเข้ากันแน่ ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ อยากรู้เอง?

ตอบ เรานำเข้า TEGO 51 หรือ Ampholyt 51 จากประเทศเยอรมัน แล้วนำมาผลิต Fi-care ที่มีความเข้มข้นของ TEGO 51 ที่เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับปลาสวยงามครับ

ถาม ทำอย่างไรจึงจะกระจายผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น  ในเมื่อประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ ถ้าหากต้องเข้าไปดูตาม web คงยุ่งยาก อยากใช้แต่รู้สึกลำบาก ที่บ้านไม่มี computer และใช้ไม่เป็นด้วย ?

pet-mag8.jpg

ตอบ เราเป็นบริษัทเล็กครับ เริ่มต้นเราคงประชาสัมพันธ์ในหนังสือที่เกี่ยวกับปลาโดยตรงก่อน  ลูกค้าที่สนใจก็อาจสอบถามได้ที่ร้านจำหน่าย หรืออาจโทรศัพท์ไปสอบถามกับเราที่ 0-2926-6500 หรือติดต่อกับผมโดยตรงที่ 0-1935-8899 หรือขอเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้  เรายินดีที่จะส่งให้ครับ ติดต่อกับเราได้ที่ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด 122/51  ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2926-6500 ทั้งนี้ เราก็หวังว่า ลูกค้าของเราที่ใช้ Fi-care แล้วพอใจ ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เราอีกทางหนึ่งด้วย  

 
สีสันสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2549
ในคอลัมน์ "หอกระจายข่าว" โดย หนุมาน 2006
ได้ลงข่าวดังนี้
 
         ".......แอนนิ-แคร์ 201 น้ำยาฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย ขจัดกลิ่นตัวและส่งขับถ่ายของสุนัข กำลังขายดี นอกจากนี้ ยังมีฟิ-แคร์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงามใช้เพียง 1 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ ยอดวิ่งอย่างนี้ คุณพุธทรัพย์ ค่อยหายเหนื่อยหน่อย ......." 
 

หนังสืออาคารที่ดินอัพเกรด
ปีที่ 3 ฉบับที่ 140 วันอังคารที่ 7 - 14 กุมภาพันธ์ 2549
ลงภาพและข่าวในคอลัมน์ Decorate Shop หน้า 116 ว่า

photo-upgrade1.jpg

Fi-care น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

สำหรับคนรักปลา

 

         ปลาสวยงามก็เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่นอกจากจะทำให้คนรักปลาสวยงามเพลินเพลินและไม่เครียดแล้ว ตู้ปลาที่สวยงามยังทำให้บ้านน่าอยู่และน่ามองขึ้น แต่ปัญญาที่คนรักปลาประสบก็คือปลาป่วยหรือตายไป ซึ่งทำให้เจ้าของต้องเสียเงินไปซื้อปลามาเลี้ยงใหม่ นอกจากนี้ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาบางชนิดก็มีผลข้างเคียงมาถึงคนเลี้ยงด้วย เรามารู้จักกับ Fi-care (ฟิ-แคร์) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ที่เพิ่งออกใหม่ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคแล้ว ยังปลอดภัยต่อคนรักปลารวมทั้งปลาสวยงามด้วย

          คุณพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด  บริษัทผู้ผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม Fi-care  เปิดเผยกับนิตยสารอาคารที่ดิน อีพเกรดว่า ทางเราพบว่า TEGO 51 หรือ Ampholyt 51 ซึ่งเป็นน้ำยาจากประเทศเยอรมัน ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค และได้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมาประมาณ 60 ปี เราทราบในเรื่องคุณภาพของ Ampholyt 51 สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อ Herpes Virus ได้เป็นอย่างดี  ประกอบกับไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อม  จึงได้นำ Ampholyt 51 มาใช้กับปลาสวยงาม โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Fi-care (ฟิ-แคร์) ซึ่งจะช่วยป้องกันปลาสวยงามไม่ให้ติดโรคได้อย่างดียิ่ง สำหรับปลาที่ติดเชื้อโรคแล้ว ฟิ-แคร์ก็จะฆ่าเชื้อโรคในน้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของปลา รวมทั้งฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนังของปลา และในกระเพาะปลาได้ และตัวผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศแล้วว่า นอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และที่สำคัญคือไม่ตกค้าง รวมทั้งไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เอกสารเรื่องความปลอดภัยเหล่านี้ หากสนใจก็ขอดูที่บริษัทได้ ขอเรียนเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อใช้ฟิ-แคร์ แล้ว น้ำยาจะสลายไปภายใน 30 วัน

photo-upgrade3.jpg

                สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ มี 3 ขนาด ด้วยกันคือ ขนาด 110 ซี.ซี. สำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาสวยงามเพียงตู้เดียวหรือขนาดตู้ไม่ใหญ่นัก ขนาด 500 ซี.ซี. สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามตู้ใหญ่ ๆ หรือหลายตู้ ส่วนขนาด 5 ลิตร สำหรับร้านที่จำหน่ายหรือฟาร์มที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ส่วนการใช้งานนั้น แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ หากเป็นกรณีป้องกันโรค หรือกักกันโรค (ซึ่งเป็นกรณีที่ได้ปลาใหม่มา ก่อนที่จะนำมารวมกับปลาเก่า) ให้ใช้ฟิ-แคร์ เพียง 1 ลบ.ซม. (ซีซี) ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกสัปดาห์ ส่วนกรณีที่ปลาป่วยหรือติดเชื้อโรคนั้น  ให้ใช้ฟิ-แคร์เพียง 1  ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร  ทุกวัน จนกว่าปลาจะหายครับ 

                คุณสมบัติเยอะขนาดนี้ แต่ราคาของฟิ-แคร์ไม่แพงอย่างที่คิด   ถ้าหากท่านมีตู้ปลาขนาด 40 ลิตร ใช้ฟิ-แคร์ ขนาด 110 ซี.ซี. ราคา 125 บาท สัปดาห์ละ 2 ซี.ซี. ซึ่งได้ทั้งปี  และขนาด 110 ซี.ซี. นี้ เป็นขนาดแพงที่สุดเมื่อเทียบกับปริมาตรน้ำยา ขนาดยิ่งใหญ่ขึ้น ราคาก็ยิ่งถูก หากสนใจสามารถสั่งซื้อหรือขอเป็นผู้แทนจำหน่ายได้ที่บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด 122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์ 0-2926-6500 หรือทางอีเมล์ที่ careforlife04@yahoo.com หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ 0-1935-8899 สนใจรายละเอียดต่าง ๆ ก็เข้าไปดูได้ที่ http://fi-care.tripod.com หรือที่ www.careforlife04.com  

 

อย่าปล่อยให้ปลาสวยงามที่คู่กับบ้านสวย ๆ ของท่านต้องป่วยและตายไป ก็เริ่มป้องกันโรคให้แก่ปลาตั้งแต่วันนี้ สมกับคำขวัญของฟิ-แคร์ที่ว่า  เพียงคุณใช้ฟิ-แคร์ 1 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์ ปลาจะสุขภาพดี 

Fish Zone
ฉบับเดือนมีนาคม 2549
ในคอลัมน์ "สื่อกลางสแคว์ร์" โดย มิสเตอร์บีน
ได้ลงข่าวดังนี้
 
         ".......ยิ่งนานยิ่งแรง สำหรับผลิตภัณฑ์ Fi-care (ฟิ-แคร์) หลังเปิดตลาดในวงการปลาสวยงามได้ไม่นาน ก็เป็นที่รู้จัก ที่เป็นเช่นน้ก็เพราะว่า Fi-care (ฟิ-แคร์) เปนผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคและยังปลอดภันสำหรับคนและปลา คุณภาพดีอย่างนี้ หากใครยังไม่ได้ทดลองใช้ ก็รีบไปซื้อไปหามาใช้กันซะ เดี๋ยวจะตกยุคนะครับ......." 

FANCY FISH CROSSBREED Thailand
ปีที่ 7 ฉบับที่ 80 เดือนกุมภาพันธ์ 2549
ได้ลงเรื่องดังรายละเอียดข้างล่างนี้

Fi Care จุดประกายปลาสวยสุขภาพดี

          การที่จะเลี้ยงปลาให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีนั้น เป็นเรื่องที่ท่านผู้เลี้ยงทุกคนล้วนแต่ต้องการให้ปลาของท่านแข็งแรง แต่การที่ปลาจะมีสุขภาพแข็งแรงนั้นมีปัจจัยอยู่ด้วยกันหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้อาหารที่ดี การเปลี่ยนถ่ายน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลา  ดังนั้น จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงนั้นก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ปัจจัยใหญ่ ๆ คือ การเปลี่ยนถ่ายน้ำและการให้อาหาร ซึ่งทั้ง 2 อย่าง ถือได้ว่าเป็นการทำให้ ปลามีสุขภาพแข็งแรง ด้วยนวัตกรรมในยุคปัจจุบันก็ได้มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการฆ่าเชื้อและช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดกับปลาของเรา

          คุณพุธทรัพย์ มณีศรี ได้ให้เกียรติเป็นผู้แนะนำ Fi - care ว่ามีคุณสมบัติที่ดีอย่างไรบ้าง ซึ่งตัวยาสำคัญของ Fi - care  ว่ามีคุณสมบัติที่ดีอย่างไรบ้าง ซึ่งตัวยาสำคัญของ Fi - care ก็คือ TEGO 51 หรือ Ampholyt 51 ซึ่งเป็นยาจากประเทศเยอรมันที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค และได้มีการใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมากกว่า 60 ปีมาแล้ว  เรื่องของคุณภาพของ Ampholyt 51 ใช้ได้ดีกับสัตว์น้ำต่าง ๆ ยกตัวอย่างในประเทศไต้หวันก็จะใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้นลดตะใคร่ (algae)  บนตัวกุ้ง ป้องกันเชื้อโรคและทำให้กุ้งมีสุขภาพดี กินอาหารได้มากขึ้น รวมทั้งการเจริญเติบโตรวดเร็ว หรือในกรณีโรค KHV ที่มีปัญหาอยู่ในปลาคาร์ฟที่มีการระบาดและทำความเสียหายให้กับฟาร์มปลาคาร์พต่าง ๆ  ก็ติดเชื้อได้ง่าย ซึ่ง Ampholyt 51 สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งเชื้อ Herpes Virs ได้เป็นอย่างดี รวมท้งไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายใด ๆ จึงนับว่า  Fi -  care เหมาะกับการนำมาใช้เลี้ยงปลาเป็นอย่างมาก

                ซึ่งในการเลี้ยงปลาหมอสีในบางช่วง อาจจะมีการเลี้ยงรวมกันในตู้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อสำหรับปลาป่วยกับปลาที่ไม่ป่วยได้   ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันด้วยการใช้  Fi - care  ก็จะช่วยป้องกันและลดการติดเชื้อกันในระหว่างตู้ได้เป็นอย่างดี หรือในปลาที่กำลังฟอร์มก็สามารถ ใช้ Fi - care ในการป้องกันปลาไม่ให้ป่วยได้ เพราะตัวของ Fi - care เหมาะกับการใช้ป้องกันโรคหรือ แม้กระทั่งรักษาโรคที่มีอยู่ในปลาก็ตาม

                ในการรักษาโรคและในการป้องกันโรคนั้น Fi - care สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งเชื้อรา, แบคทีเรียและไวรัสได้ดี แต่ไม่อาจฆ่าโรคที่เกิดจากพยาธิได้

โรค

สาเหตุของโรคที่ Fi-care รักษาได้

เชื้อรา

แบคทีเรีย

ไวรัส

-โรคแผลตามตัวและฝีเม็ดใหญ่

 

/

 

-วัณโรคปลา

 

/

 

-โรคหูดปลา

 

 

/

-โรคท้องบวมและโรคเกล็ดตั้ง

 

 

/

-โรคจุดขาว

/

 

 

-โรคหางกร่อนและโรคตัวด่าง

 

/

 

 (โรคมีด้วยกัน 2 สาเหตุคือ เกิดจากแบคทีเรียและพยาธิ) ซึ่งโรคที่เกิดจากพยาธิ Fi-care รักษาไม่ได้

 

 

 

                วิธีใช้      Fi -  care สามารถใช้ได้ทั้งในบ่อและในตู้ปลา แต่ก่อนอื่นต้องคำนวนปริมาตรน้ำในตู้ก่อนนะครับ  วิธีคำนวนก็ง่าย ๆ  (กว้าง x ยาว x สูง) หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร  แล้วนำมาหารด้วย 1,000 ก็จะได้ปริมาตรน้ำเป็นลิตร สำหรับการป้องกันโรค หรือกักกันโรคให้ใช้ Fi -  care 1 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกสัปดาห์ ส่วนกรณีปลาป่วยหรือติดเชื้อโรคนั้น ให้ใช้ Fi -  care 1 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่ทุกวันจนกว่าปลาจะหายป่วย การใช้นั้นก็จะใส่ 1 ครั้ง ต่อ 1 สัปดาห์ซึ่งจะใส่หลังจากเปลี่ยนน้ำก็จะดีมาก

                แต่สำหรับการป่วยและการตายของปลาที่มาจากสาเหตุอื่น เช่น จากสภาพน้ำ อาหาร และอากาศ เหตุทั้ง 3 อย่างนี้ Fi -  care ไม่อาจจะช่วยได้ Fi - care ช่วยได้เฉพาะเหตุจากเชื้อโรคเท่านั้นและแน่นอนว่า การป้องกันไม่ให้ปลาเกิดโรคนั้นย่อมถูกและดีกว่าการรักษาปลา นอกจากจะนำมาใช้กับปลาสวยงามแล้วยังสามารถนำไปใช้แทนด่างทับทิมได้อีก เพราะคุณสมบัติที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ จึงทำให้สามารถนำไปทำความสะอาดอาหารสดได้ อาทิเช่น การแช่พวกไร ลูกน้ำ หรือกุ้ง ก็สามารถแช่ฆ่าเชื้อได้อย่างดี

                ในท้องตลาดตอนนี้ก็มีตัวยาบางชนิดที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งตัวยาที่ใช้นั้นก็มักจะเป็นยาปฏิชีวนะซึ่งเป็นอันตรายสมควร บางชนิดเราไม่ทราบด้วยซ้ว่าทำด้วยอะไร มีส่วนผสมอย่างไร และมีอันตรายหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน แต่ส่วนผสมสำคัญของ Fi -  care คือไม่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ ซึ่งนอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการฆ่าเชื้อโรคทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย  รวมทั้งโปรโตซัว   ในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวอยู่แล้ว    พร้อมยังมีความปลอดภัยสูงด้วย เพราะได้ผ่านการทดสอบทั้งจากสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษและไม่ตกค้าง ดังนั้น จึงปลอดภัยทั้งปลาสวยงามและคนเลี้ยงแน่นอน

                นอกจากนี้  Fi -  care ยังเคยได้รับการทดสอบจากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หน่วยโรคสัตว์น้ำ  ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ได้ทดสอบน้ำยา TEGO 51 (Amino Acatic Acids / Alkyl Amines) กับเชื้อ Aeromones hydrophila  แล้วพบว่า ความเข้มข้นต่ำสุด (MIC) ที่สามารถระงับการเจริญของเชื้ออยู่ที่ 2 ppm (2 ส่วนในล้านส่วน)   และความเข้มข้นดังกล่าว ได้ทดสอบกับปลาแฟนซีคาร์พ  พบว่าไม่มีผลต่อการตายของปลา  ซึ่งรับรองได้ว่าเมื่อใช้  Fi -  care แล้ว จะไม่มีสารตกค้างใด ๆ ที่จะส่งผลที่เป็นอันตรายต่อปลาที่คุณเลี้ยง

                สำหรับผู้ที่สนใจในสินค้า ขณะนี้  Fi -  care ก็มีจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายปลาสวยงาม   แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานจึงจะทั่วถึง  และขณะนี้ก็มีตัวแทนร้านจำหน่ายอยู่แล้วบางส่วน  หรือท่านที่สนใจก็เข้าไปดูได้ที่  http://fi-care.tripod.com  ในหัวข้อ Our  Agents / Where to buy หากท่านที่อยู่ไกลกับร้านก็อาจสั่งซื้อได้ทางอินเตอร์เน็ตได้ โดยคลิ๊กเข้าไปที่ www.careforlife04.com หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด 122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี  11110  โทรศัพท์ / โทรสาร 02-926-6500 หรือติดต่อโดยตรง 01-935-8899  เรายินดีบริการอย่างเต็มที่

---------------------------------------------------------------
 
สื่อรักสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนเมษายน 2549
ในคอลัมน์ "แวดวงสัตว์เลี้ยง" โดย กองบรรณาธิการ
ได้ลงข่าวดังนี้
 
             ".......บริษัท แคร์ ฟอร ไลฟ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย แอนนิ-แคร์ 201 (Ani-care 201) สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นสุนัขโดยเฉพาะ และ ฟิ-แคร์ (Fi-care) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ได้แต่งตั้งให้ร้าน บี. ฟูดส์ กาญจนบุรี   เป็นผู้แทนจำหน่ายในจังหวัดในภาคตะวันตก ดังนั้น ร้านค้าใดในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์นี้ไปจำหน่าย ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณบุษกร บ่อเกิด ผู้จัดการร้าน บี. ฟูดส์ ที่ 0-1373-5944....."
 
-------------------------------------------------------- 

สีสันสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนเมษายน 2549
ในคอลัมน์ "หอกระจายข่าว" โดย หนุมาน 2006
ได้ลงข่าวดังนี้
 
".......ข่าวฝากจาก แคร์ ฟอร ไลฟ์ ได้แต่งตั้งให้ร้าน บี. ฟูดส์ กาญจนบุรี   เป็นผู้แทนจำหน่าย แอนนิ-แคร์ 201 สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นสุนัขโดยเฉพาะ และ ฟิ-แคร์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม แต่เพียงผู้เดียวในจังหวัดในภาคตะวันตก ดังนั้น ถ้าร้านค้าใดในเขตจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์นี้ไปจำหน่าย ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณบุษกร บ่อเกิด ผู้จัดการร้าน บี. ฟูดส์ เบอร์ 0-1373-5944. ค่ะ...."

ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนเมษายน 2549
ในคอลัมน์ "ข่าวสังคม" โดย อารามบอย
ได้ลงข่าวดังนี้
 
".......บริษัท แคร์ ฟอร ไลฟ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย แอนนิ-แคร์ 201 (Ani-care 201) สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นสุนัขโดยเฉพาะ และ ฟิ-แคร์ (Fi-care) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ได้แต่งตั้งให้ร้าน บี. ฟู๊ดส์ กาญจนบุรี   เป็นผู้แทนจำหน่ายในจังหวัดในภาคตะวันตก ดังนั้น ร้านค้าใดในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์นี้ไปจำหน่าย ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณบุษกร บ่อเกิด ผู้จัดการร้าน บี. ฟู๊ดส์ ที่ 0-1373-5944....."

Fish Zone 
ฉบับเดือนเมษายน 2549
ลงภาพและข่าวดังนี้
 
        ".......บริษัท แคร์ ฟอร ไลฟ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย แอนนิ-แคร์ 201 (Ani-care 201) สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นสุนัขโดยเฉพาะ และ ฟิ-แคร์ (Fi-care) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ได้แต่งตั้งให้ร้าน บี. ฟู๊ดส์ กาญจนบุรี   เป็นผู้แทนจำหน่ายในจังหวัดในภาคตะวันตก ดังนั้น ร้านค้าใดในจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม สนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์นี้ไปจำหน่าย ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณบุษกร บ่อเกิด ผู้จัดการร้าน บี. ฟู๊ดส์ ที่ 0-1373-5944..ทราบแล้วเปลี่ยน....."

PET-MAG
นิตยสารสัตว์เลี้ยงปีที่ 7 ฉบับที่ 83 เดือนพฤษภาคม 2549
ได้ลงข่าวในคอลัมน์ "ที่นี่มีข่าว" ดังนี้

pet-mag1.jpg

pet-mag7.jpg

Fi-care อ่านว่า ฟิ-แคร์ ครับผมของ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ขายไม่ทันแล้วครับ ก้อเพราะคุณภาพคับแก้ว เอ้ย! คับขวด..พี่น้องหมู่เฮาชาวต่างจังหวัดก็เรียกร้องกันตรึม ต้องเอาใจกันหน่อย จัดให้ครับ เอาเป็นภาค ๆ กันซะเลย..ภาคเหนือที่เชียงใหม่ ร้านโชกุลฟาร์ม ตลาดคำเที่ยง ทางเข้าภาคอิสาณก็ไปหาได้ที่โคราช ร้านมิสเตอร์ ฟิช ทั้งสองสาขาไม่ผิดหวัง.. มาทางใกล้กรุงเทพนี่ก้อ อยุธยา ที่ร้าน ป.ปลาทอง ตลาดเจ้าพรหมและร้าน Redeye-fish อยู่เสนา ไปตะวันออก ศรีราชา ที่ร้านบ้านปลาทอง อีกแห่ง ฉะเชิงเทรา หาได้ที่ร้านปลาสวย&คอมเพล็กเพ็ทช็อป ตะวันออกคอมเพล็กซ์ ลงมาทางราชบุรี นี่ครับ ร้าน ก.เก่ง และร้านปุ๊กอาหารปลา มาใกล้ ๆ นี่เลย ตลาดไท ปทุมธานี ร้านปลาทอง 2 ลงใต้ก็มีนะจะบอกให้ กระบี่ ที่ร้านป๊อปปอ เพ็ทช็อบ และประจวบฯ ก่อนก็ได้ มาที่ร้านชื่อน่ารักว่า น้องหมากะปลาสวยงาม...เป็นไงครับสินค้าคุณภาพวางตลาดเพียงไม่กี่เดือนนี่เอง ขอแสดงความยินดีด้วยครับท่านผู้จัดการคุณพุธทรัพย์ มณีศรี ติดต่อได้ที่ 0-2926-6500

ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนพฤษภาคม 2549
ในคอลัมน์ "ข่าวสังคม" โดย อารามบอย
ได้ลงข่าวดังนี้

.....นอกจากใน กทม และนนทบุรีแล้ว ฟิ-แคร์ (Fi-care) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ก็เริ่มเอาใจคนต่างจังหวัดแล้ว โดยได้ขยายตลาดไปทุกภาค ..เชียงใหม่ ที่ร้านโชกุลฟาร์ม ตลาดคำเที่ยง... โคราชที่ร้านมิสเตอร์ ฟิช ทั้งสองสาขา ...อยุธยาที่ร้าน ป.ปลาทอง ตลาดเจ้าพรหม และร้าน Redeye-fish   เสนา ... ศรีราชา ที่ร้านบ้านปลาทอง... ฉะเชิงเทรา ที่ร้านปลาสวย&คอมเพล็กเพ็ทช็อป ห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์... ราชบุรี ที่ร้าน ก.เก่ง และร้านปุ๊กอาหารปลา... ตลาดไท ปทุมธานี ร้านปลาทอง 2... กระบี่ที่ร้านป๊อปปอ เพ็ทช็อบ...และประจวบฯ ที่ร้านน้องหมากะปลาสวยงาม กระจายสินค้าไปทั่วทุกภาคขนาดนี้ ทุกคนก็มีโอกาสได้ใช้ของดี ๆ กันทั่วหน้า พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ Ani-care สเปรย์ฆ่าเขื้อโรคและขจัดกลิ่นสุนัขโดยเฉพาะ สนใจรายละเอียด 02-926-6500....

สีสันต์สัตว์เลี้ยง
ฉบับเดือนพฤษภาคม 2549
ในคอลัมน์ "หอกระจายข่าว" โดย หนุมาน 2006
ได้ลงข่าวดังนี้

.....นอกจากใน กทม แล้ว ฟิ-แคร์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม ก็เอาใจคน ตจว แล้ว โดยขยายตลาดไปทุกภาค เชียงใหม่ ที่ร้านโชกุลฟาร์ม ตลาดคำเที่ยง โคราชที่ร้านมิสเตอร์ ฟิช ทั้งสองสาขา อยุธยาที่ร้าน ป.ปลาทอง ตลาดเจ้าพรหม และร้าน Redeye-fish   เสนา  ศรีราชา ที่ร้านบ้านปลาทอง ฉะเชิงเทรา ที่ร้านปลาสวย&คอมเพล็กเพ็ทช็อป ห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์ ราชบุรี ที่ร้าน ก.เก่ง และร้านปุ๊กอาหารปลา ตลาดไท ปทุมธานี ร้านปลาทอง 2 กระบี่ที่ร้านป๊อปปอ เพ็ทช็อบ ประจวบที่ร้านน้องหมากะปลาสวยงาม เอ้า! ไม่ต้องน้อยใจกันแล้ว ใกล้ไหนหาซื้อที่นั่นจ้า.....

Fish Zone
ฉบับเดือนพฤษภาคม 2549
ในคอลัมน์ "สื่อกลางสแคว์ร์" โดย มิสเตอร์บีน
ได้ลงข่าวดังนี้

.....นอกจากใน กทม และนนทบุรีแล้ว ฟิ-แคร์ (Fi-care) น้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงาม เอาใจคน ตจว แล้ว โดยได้ขยายตลาดไปทุกภาค ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็ไปซื้อกันได้...เชียงใหม่ ที่ร้านโชกุลฟาร์ม ตลาดคำเที่ยง... โคราชที่ร้านมิสเตอร์ ฟิช ทั้งสองสาขา ...อยุธยาที่ร้าน ป.ปลาทอง ตลาดเจ้าพรหม และร้าน Redeye-fish   เสนา ... ศรีราชา ที่ร้านบ้านปลาทอง... ฉะเชิงเทรา ที่ร้านปลาสวย&คอมเพล็กเพ็ทช็อป ห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์... ราชบุรี ที่ร้าน ก.เก่ง และร้านปุ๊กอาหารปลา... ตลาดไท ปทุมธานี ร้านปลาทอง 2... กระบี่ที่ร้านป๊อปปอ เพ็ทช็อบ...และประจวบฯ ที่ร้านน้องหมากะปลาสวยงาม ทราบแล้วเปลี่ยน.....

หนังสือพิมพ์มติชน
วันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2549
หน้า 19
ได้ลงภาพข่าว ดังนี้

matichon-fi.jpg

หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2549 
คอลัมน์ "ใหม่ ถอดด้าม" หน้า 27 การตลาด
ลงภาพข่าวว่า

kaowsod-fi.jpg

หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ฉบับวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2549
หน้าตลาด-อสังหาริมทรัพย์ หน้า 13 
ลงภาพข่าวว่า
 

naewna-fi.jpg

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ฉบับวันที่ 14 พฤษภาคม 2549
คอลัมน์ "เปิดตระกร้าข่าว" หน้า 7 
ลงข่าวดังนี้
 
เพื่อปลาสวยงาม นายพุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่าย "ฟิ-แคร์" น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสำหรับปลาสวยงาม จากเยอรมันี เปิดเผยว่า สินค้าของบริษัทผ่านการทดสอบจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ โดยมีให้เลือก 3 ขนาด คือ บรรจุ 110 ลบ.ซม. ราคา 125 บาท  บรรจุ 500 ลบ.ซม. ราคา 295 บาท  บรรจุ 5 ลิตร ราคา 895 บาท  หรือสอบถามได้ที่ http://fi-care.tripod.com

หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2549
ในคอลัมน์ "เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง" หน้า 14 
ลงภาพข่าวว่า

ประสบการณ์การเลี้ยงปลาสวยงามของก้อย 

           นช่วงปิดเทอมใหญ่ปีการศึกษาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพาครอบครัวไปเยี่ยมพี่ชายของผมที่ต่างจังหวัด เราพักอยู่ที่นั่นหลายวัน พี่ชายของผมเพาะพันธ์ปลาสวยงามขาย ผมสังเกตเห็นว่า ก้อย" ลูกสาวของผมซึ่งเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ดูจะรื่นเริงเป็นพิเศษ แต่ละวันก็เฝ้าดูปลาสวยงามชนิดต่าง ๆ ของลุง  ซึ่งมีตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ถึงตัวใหญ่ ๆ 

              หลังจากกลับจากบ้านพี่ชายไม่นาน เข้าใจว่าคงจะนึกถึงปลาสวยงามของคุณลุง ประกอบกับที่โรงเรียนของก้อยมีชมรมเลี้ยงปลาสวยงาม จึงได้ขออนุญาตซื้อตู้ปลาขนาด 20 นิ้ว (ปริมาตรประมาณ 40 ลิตร) ด้วยเงินที่เขาเก็บหอมรอบริบเอง ผมก็อนุญาต เธอซื้อปลาหมอสีมาเลี้ยงประมาณ 5-6  ตัว 

การเลี้ยงปลาหมอสีของก้อย ไม่ประสบผลสำเร็จนัก เพราะปลาที่ซื้อมาเลี้ยงเกิดป่วย แม้จะซื้อยาจากร้านขายปลามารักษา ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ปลาก็ตาย หลังจากปลาตายก็ซื้อปลาใหม่มาเลี้ยง แล้วก็ตายอีก เป็นอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง ผมเห็นว่าก้อยมีความตั้งใจสูง ประกอบกับการเลี้ยงปลาของก้อยก็ถือเป็นการพักผ่อนที่ดี และดูเหมือนว่าก้อยจะผ่อนคลายเกี่ยวกับการเรียนมากขึ้น มีสมาธิดีขึ้น ผมเห็นว่าก้อยน่าจะมีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาสวยงามที่ถูกต้อง จึงได้พาก้อยไปหาความรู้ในการเลี้ยงปลาจากคุณลุงในวันสุดสัปดาห์

เกือบ 2 วัน ที่ก้อยได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามจากคุณลุง  คุณลุงได้เล่าว่า สาเหตุการตายของปลา มีอยู่ 4 ประการ คือ เชื้อโรค น้ำ อากาศ และอาหาร เรื่องเชื้อโรคเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่คนเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ ก็เหมือนคนไทยทั่วไป ที่ไม่เคยสนใจที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดโรค  เมื่อป่วยก็ไปหาหมอ ปลานั้นเมื่อป่วย โอกาสที่จะหายและตายมีเท่ากัน ดังนั้น การเลี้ยงปลาสวยงามที่ดีก็คือการป้องกันไม่ให้ปลาเกิดโรค เป็นแนวทางที่ดีกว่าการปล่อยให้ปลาเป็นโรค แล้วจึงหาทางรักษา  ซึ่งนอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแล้ว ในบางกรณีก็อาจสายเกินแก้ 

คุณลุงได้สอนก้อยต่อไปว่า น้ำที่ใช้ในการเลึ้ยงปลาในตู้ปลาหรือใบบ่อเลี้ยงปลานั้น เป็นบ้านของปลา เป็นที่อยู่ ที่กินอาหารและรองรับของเสียซึ่งขับถ่ายจากตัวปลา แม้ว่าปัจจุบันใช้ระบบกรองน้ำ แต่สิ่งที่วนเวียนและปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่ระบบกรองน้ำไม่สามารถกรองออกได้ คือ เชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อวรัส ที่คอยทำลายสุขภาพของปลา ทำให้ปลาไม่แข็งแรง ตาขุ่นมัวไม่สุกใส อ่อนแอ เคลื่อนที่ช้า เป็นแผลและบางครั้งต้องตายไป

สำหรับน้ำยาฆ่าเชื้อโรคนั้น คุณลุงเล่าว่ามีอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ยาเหลือง ฟอร์มาดีไฮด์ และมาราไคกรีนส์ เป็นต้น แต่ยาเหล่านี้เป็นยาปฎิชีวนะ หากจะใช้ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งของปลาและของคนเลี้ยงปลา ยาบางชนิดยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย ซึ่งเมื่อก่อนนี้จำเป็นต้องใช้ เพราะไม่มีทางเลือก แต่ในปัจจุบัน ได้มีน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงามตัวใหม่ คือฟิ-แคร์ (Fi-care) จุดเด่นของฟิ-แคร์ เมื่อเปรียบเทียบกับยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับปลาสวยงามอื่น ๆ ก็คือ ความปลอดภัย ฟิ-แคร์ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งต่อมนุษย์และปลา เพราะส่วนผสมสำคัญของน้ำยาตัวนี้ ซึ่งนำเข้าจากประเทศเยอรมัน ได้ใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมการเกษตรและสุขวิทยาอนามัย มากว่า 50 ปี และใช้ดีในบ่อเลี้ยงกุ้งของไต้หวัน รวมทั้งได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศแล้วว่า นอกจากจะมีประสิทธิภาพสูงยิ่งในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งเชื้อรา เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งโปรโตซัวในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียวแล้ว ยังมีความปลอดภัยสูงด้วย เพราะไม่มีผลข้างเคียง ไม่ระคายเคือง ไม่เป็นพิษ และที่สำคัญคือไม่ตกค้าง นอกจากนี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  

                คุณลุงได้มอบฟิ-แคร์ขนาด 110 ซีซี ให้ก้อยมา 1 ขวด เธอใช้เพียง 2 หยด ต่อ  1 สัปดาห์ น้ำยาขวดนี้ก้อยคงใช้ได้เป็นปี

                หลังจากใช้ยานี้แล้ว ปลาหมอสีของก้อยไม่ตายอีกเลย ดูก้อยจะรื่นเริงเป็นพิเศษ นอกจากนั้น ความรู้จากคุณลุงเรื่องการป้องกันดีกว่าการรักษา ทำให้ก้อยดูแลสุขภาพของตัวเธอเองด้วย เธอออกกำลังกายเป็นประจำ ในตอนนี้ก้อยมีสุขภาพดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต

                ผมเองก็ได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะเมื่อพาก้อยไปออกกำลังกาย ผมก็ไปด้วย ที่เคยป่วยกะเสาะกะแสะ ตอนนี้ก็สบายขึ้น

                ครับ จากประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาสวยงามของก้อย ทำให้ได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าทั้งปลาสวยงามและเจ้าของ และเห็นว่าจะเกิดประโยชน์สำหรับท่านที่เลี้ยงปลาสวยงามอยู่ หรือไม่ได้เลี้ยงก็เถอะ ป้องกันกันไว้เถิดครับ ดีกว่าการรักษาแน่นอน

naewna-fi-2.jpg

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ฉบับวันอังคารที่ 5 กันยายน 2549
ในคอลัมน์ "แกะกล่อง" หน้า 9
ลงภาพข่าวว่า

thairath.jpg

ผลิตโดย บริษัท ไทยไบโอคอน จำกัด
20/6 หมู่ที่ 2 ถนนท่าน้ำนนทบุรี-วัดโบสถ์ดอนพรหม ตำบลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 0-2447-4892-93
โทรสาร 0-2881-6668 
 
จัดจำหน่ายโดย บริษัท ไทยแมกซ์ จำกัด
20/6 หมู่ที่ 2 ถนนท่าน้ำนนทบุรี-วัดโบสถ์ดอนพรหม ตำบลบางศรีเมือง
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 0-2447-4990-92
โทรสาร 0-2881-6659 
Website : www.thaimex.net