|
![]() |
|
ถาม
ฟิ-แคร์
(Fi-care) อันตรายต่อคนและปลาหรือไม่ ตอบ TEGO 51 ซึ่งเป็นสารที่เป็นส่วนผสมสำคัญของฟิ-แคร์
ได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันต่าง
ๆ ทั้งในและต่างประเทศแล้วว่า
นอกจากจะฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
ยังไม่เป็นอันตรายใด
ๆ ต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม เช่น
ไม่เป็นพิษ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
(จากผลการทดลองของประเทศเยอรมันพบว่า
เมื่อให้ TEGO 51 ซึ่งเป็นสารที่เป็นส่วนผสมสำคัญของ ฟิ-แคร์
สัมผัสกับคน 1,000 คน ปรากฏว่า
มีเพียง 3 คน เท่านั้น
ที่ระคายเคืองเพียงเล็กน้อย)
นอกจากนิ้ ยังไม่มีสารตกค้างอีกด้วย
ถาม
ฟิ-แคร์
รักษาโรคปลาได้ทุกโรคหรือไม่ ตอบ ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่า
ฟิ-แคร์ ไม่ใช่ยา แต่เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
หากปลาได้รับโรคซึ่งเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย
เชื้อรา เชื้อไวรัส
หรือโปรโตซัว (Protozoa) เฉพาะในส่วนที่เป็นสัตว์เซลล์เดียว
ฟิ-แคร์ ก็สามารถฆ่าเชื้อโรคเหล่านั้นได้ แต่ก็ฆ่าได้เชื้อโรคได้เฉพาะในน้ำ
บนผิวหนังและในกระเพาะของปลา
เท่านั้น ดังนั้น
หากปลาติดเชื้อโรค เมื่อใช้ฟิ-แคร์
เชื้อโรคในน้ำ บนผิวหนังและในกระเพาะของปลาก็จะตายไป
เมื่อปลาไม่มีโรคตัวใหม่ซ้ำเติม
ประกอบกับปลาก็มีภูมิคุ้มกัน
เพราะเม็ดเลือดขาวของปลาจะกินเชื้อโรคเหล่านั้น
ปลาก็จะแข็งแรงขึ้น
และจะหายป่วยในที่สุด ถาม โรคปลาชนิดใดบ้าง
ที่ใช้
ฟิ-แคร์ ฆ่าได้ ตอบ ฟิ-แคร์
สามารถฆ่าเชื้อวัณโรคปลา โรคท้องบวม โรคครีบกร่อน โรคตัวด่าง โรคแผลตามตัว โรคเกล็ดตั้ง โรคฝีเม็ดใหญ่ โรคเหงือกเปื่อย โรคแสนปม โรคหูดปลา เชื้อเคเอ็ซวี
(Koi Herpes Virus) หรือโรคเริมหรืองูสวัด
สำหรับโรคจุดขาวนั้น
เป็นโปรตัวซัวและมีหลายชนิด
ประกอบกับชีวิตมันมีหลายช่วง
สำหรับในช่วงที่เป็นเซลล์เดี่ยว
ๆ ซึ่งเรียกว่า Trophont เป็นช่วงที่ว่ายน้ำก่อนที่จะหาที่เกาะ
ฟิ-คร์ ก็ฆ่ามันได้ ถาม ฟิ-แคร์
รักษาเห็บปลาและหนอนได้หรือไม่ ตอบ รักษาไม่ได้ครับ
เพราะเห็บปลาและหนอนเป็นสัตว์หลายเซลล์ ถาม ใช้
ฟิ-แคร์ แล้ว จำเป็นต้องถ่ายน้ำในตู้ปลาหรือไม่ ตอบ แม้ว่าฟิ-แคร์
จะให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น
ป้องกันเชื้อโรคและทำให้ปลาสวยงามมีสุขภาพดีขึ้น
รวมทั้งลดตะไคร่น้ำ
(algae) แต่ก็ไม่อาจลดของเสียที่ปลาขับถ่ายออกมาได้
จึงจำเป็นต้องถ่ายน้ำ
แต่ก็ไม่ต้องถ่ายน้ำบ่อยครั้งเมื่อเปรียบเทียบกับในระยะที่ไม่ได้ใช้
ฟิ-แคร์ ถาม
ที่ร้านมีปลาหลายตู้
เมื่อปลาเริ่มตาย ได้ใช้ฟิ-แคร์
ทำไมบางตู้ถึงหยุดตาย
แต่บางตู้ก็ยังมีการตายอยู่ค่ะ ตอบ สาเหตุการตายของปลามี
4 กรณีครับ คือ กรณีแรก
สภาพน้ำ กรณีที่สอง อาหาร
กรณีที่สาม อากาศ (อ๊อกซิเจน)
และกรณีที่สี่ เชื้อโรค
ฟิ-แคร์ ช่วยได้เฉพาะในกรณีมีเชื้อโรคเท่านั้น
ส่วนใน 3 กรณีแรก ไม่อาจช่วยได้ครับ
ดังนั้น ตู้ที่หยุดตายแสดงว่ามีเชื้อโรค
แต่ตู้ที่ไม่หยุดตาย
คงต้องดูเรื่องสภาพน้ำ
อาหารและอากาศนะครับ ถาม Fi-care สามารถลดหรือฆ่าตะไคร่น้ำได้หรือไม่ ตอบ สามารถลดตะไคร่น้ำได้ครับ อย่างไรก็ตาม
ตู้ปลาควรตั้งอยู่ในสถานที่ที่รับแสงน้อย
เพราะแสงสว่างจะทำให้ตะไคร่น้ำเจริญเติบโตเร็ว
Fi-care ช่วยได้ไม่ทันหรอกครับ |
|
|
|
![]() |
|
ถาม ปลาสวยงามสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ดูแลถนอมเป็นอย่างดีเกิดป่วยเพราะติดเชื้อจะทำอย่างไรดี
โรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโรคแผลตามตัว
โรคหางกร่อน โรคท้องบวม
โรคตัวด่าง โรคเกล็ดตั้ง
โรคหูดปลา วัณโรค และฝีเม็ดใหญ่
เหล่านี้จะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ก็เชื้อไวรัส
หมายความว่า Fi-care สามารถรักษาและป้องกันได้ทั้งหมดใช่ไหม
? ตอบ ต้องขอทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า Fi-care เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
จึงใช้ได้ดีในการป้องกันไม่ให้ปลาติดเชื้อโรค
สำหรับกรณีที่ปลาติดเชื้อโรคแล้วนั้น
Fi-care จะฆ่าเชื้อโรคในสภาพแวดล้อมของปลาคือในน้ำ
และบริเวณผิวนอกของปลารวมทั้งในกระเพาะปลาได้เท่านั้น
ไม่อาจจะฆ่าเชื้อโรคในตัวปลาได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเชื้อโรคในน้ำ บนผิวหนังและในกระเพาะตาย
ก็จะทำให้ปลาแข็งแรงขึ้น
สำหรับคำถามนั้น ขอแยกตอบ
ดังนี้ 1
โรคแผลตามตัว และฝีเม็ดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคจากกลุ่มแบคทีเรีย
Fi-care ฆ่าได้ 2 วัณโรค ซึ่งเป็นแบคทีเรียเช่นเดียวกันนั้น Fi-care ฆ่าได้ แต่อาจจะต้องเพิ่มความเข้มขึ้น
โดยใช้ Fi-care
2 ลบ.ซม. ต่อน้ำ 20 ลิตร 3
โรคหูดปลา เป็นซึ่งโรคจากกลุ่มไวรัส
Fi-care ฆ่าได้ 4 โรคหางกร่อน
และโรคตัวด่าง เป็นทั้งแบคทีเรียและพยาธิ
ในส่วนของแบคทีเรียนั้น
Fi-care ฆ่าได้
ส่วนที่เป็นพยาธินั้น
Fi-care ฆ่าไม่ได้ครับ
5 โรคท้องบวมและโรคเกล็ดตั้ง
ซึ่งเป็นทั้งแบคทีเรียและไวรัสนั้น
Fi-care ฆ่าได้ ถาม
Fi-care จะใช้อย่างไรกับกรณีปลาสวยงามที่จะส่งออกเพราะปลามักจะเป็นโรคตัวด่างจากการเคลื่อนย้าย? ตอบ ควรผสม
Fi-care ในน้ำสำหรับการลำเลียง
โดยใช้ความเข้มข้น 2
ppm (Fi-care 1 ลบ.ซม.
ต่อน้ำ 20 ลิตร) ถาม
Fi-care ใช้ได้กับทุกสภาพน้ำหรือ?
ตอบ Fi-care ใช้ได้กับทุกสภาพน้ำเลี้ยงปลา
โดยมีค่า pH ของน้ำในระดับที่ปลามีชีวิตอยู่ได้
(pH ระหว่าง 7 - 8.5) ถาม Fi-care ใช้กับปลาสวยงามที่อยู่ในน้ำเค็มได้ไหม?
ตอบ น้ำทะเลที่เลี้ยงปลาสวยงามหรือกุ้งกุลาดำ
มีความเค็ม เท่ากับ 30
ppt
(part per thousand)
และโดยที่ผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้
Tego 51 ในการเลี้ยงกุ้งได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น การใช้ Fi-care กับปลาสวยงามในน้ำเค็ม
จึงไม่มีผลต่อปัญหาการใช้
แต่ประการใด ถาม
Fi-care มีผลกระทบต่อพรรณไม้น้ำหรือเปล่าหากใช้ต่อเนื่อง?
ตอบ
ไม่มีผลกระทบใด
ๆ ครับ เพราะ Fi-care
มีความปลอดภัยต่อคน
สัตว์และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
แม้ใช้อย่างต่อเนื่อง ถาม
Fi-care ใช้กับน้ำในตู้ฟักได้ไหม
มีผลกระทบต่อลูกปลาหรือไข่ปลาไหม?
ตอบ
ใช้ได้ครับ ไม่มีผลกระทบใด
ๆ ถาม
Fi-care ใช้แทนด่างทับทิมได้ใช่ไหม
หากนำมาแช่พวกไรหรือลูกน้ำก่อนใส่ตู้เลี้ยงปลาได้หรือไม่ มีผลอะไรไหม หรือว่าเอาพวกไรหรือลูกน้ำใส่ในตู้ปลาที่มี
Fi-care ผสมได้เลยโดยไม่ต้องแช่ด่างทับทิมก็ได้หรือเปล่า?
ตอบ
ใช้ Fi-care แทนด่างทับทิมได้ครับ
ทั้งนี้ จะใช้ Fi-care แช่พวกไรหรือลูกน้ำก่อน
หรือจะใส่ไรหรือลูกน้ำลงในตู้ปลาที่ใส่
Fi-care ไว้แล้วก็ได้ อย่างไรก็ตาม
กรณีที่ไรหรือลูกน้ำที่ตักมาจากแหล่งธรรมชาติควรแยกสิ่งปนเปื้อนออกก่อนใช้ ถาม
Fi-care ใช้ได้แต่เฉพาะปลาสวยงามเท่านั้นหรือ?
เป็นไปได้ไหมถ้าจะนำมาใช้กับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเป็นอาหาร
เช่น ใส่ในบ่อเลี้ยงกบ
หรือใช้กับบ่อเลี้ยงกุ้งเหมือนที่ไต้หวันใช้
Ampholyt 51? ตอบ
ในปัจจุบันได้ใช้
Ampholyt
51 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ
Fi-care ในอุตสาหกรรมปลาและกุ้งอยู่แล้วครับ
ถาม
Fi-care เป็นอันตรายต่อมนุษย์ไหม?
ตอบ
Fi-care
มีความปลอดภัยต่อมนุษย์สูงมาก
เพราะไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคืองและไม่ตกค้าง
ถาม
Fi-care ใช้ล้างผักผลไม้ได้หรือเปล่า
? ตอบ
ขณะนี้เราได้ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
เพื่อนำ TEGO 51 หรือ Ampholyt
51 ความเข้มข้น
1 % มาใช้ในการล้างผักและผลไม้ครับ
(Fi-care ก่อนผสมน้ำ มีความเข้มข้น
4 %) ทั้งนี้ หาก
อย. รับรองแล้ว จะได้นำ
TEGO 51 มาใช้ในการล้างผักและผลไม้ต่อไป
ถาม หากไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์
และใช้ Fi-care ล้างผักผลไม้ได้ ก็ใช้อมแทนน้ำยาบ้วนปากได้ใช่ไหม
สงสัยจัง? แล้วล้างแผลได้ไหม?
ตอบ
ขณะนี้กรรมการบริษัทของเราได้ใช้
Ampholyt
51 ความเข้มข้น
0.5 % แทนน้ำยาบ้วนปากอยู่แล้ว
และกำลังประสานกับคณะทันตแพทย์
ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งช่วยทดลองให้
หากได้ผลการทดลองอย่างเป็นทางการ
เราก็จะได้ขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทำน้ำยาบ้วนปาก
เพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นปากต่อไป
สำหรับการล้างแผลนั้น
โดยที่ Fi-care เป็นสารกลุ่ม Amphoteric
ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค
จึงสามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็น
เช่น การติดเชื้อ เป็นต้น
ถาม
Fi-care จะมีปฏิกริยาต่อต้านหรือลบล้างคุณสมบัติเวลาใช้คู่กับน้ำยาปรับสภาพน้ำหรือสารเคมีหรือตัวยาอื่น
ๆ หรือไม่ อยากรู้? ตอบ
Fi-care มีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อน
หากน้ำยาปรับสภาพที่เป็นด่างหรือกรดมากเกินไป
อาจจะทำลายคุณภาพซึ่งกันและกันได้ ถาม
Fi-care สามารถลดหรือฆ่าตะไคร่น้ำได้หรือ
จึงลดตะไคร่บนตัวกุ้งในบ่อได้
ตะไคร่บนก้อนกรวดตามกระจกตู้จะช่วยลดได้หรือเปล่า?
มันล้างยากเหนื่อย
ตอบ
ได้ครับ และขอแนะนำเพิ่มเติมว่าตู้ปลาควรตั้งอยู่ในสถานที่ที่รับแสงน้อย
เพราะแสงสว่างจะทำให้ตะไคร่น้ำเจริญเติบโตเร็ว ถาม
Fi-care มีความเป็นกรดหรือด่างหรือเป็นกลาง
มีผลต่อค่า pH น้ำหรือเปล่า?
ตอบ
Fi-care มีความเป็นด่างอ่อน
ๆ และมีค่า pH 7- 8.5 ซึ่งใกล้เคียงกับสภาพน้ำประปาและน้ำธรรมชาติ ถาม
Fi-care เป็นน้ำยาที่ผลิตในนี้โดยมีตัวหลักคือ
TEGO 51 หรือนำเข้ากันแน่
ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ อยากรู้เอง?
ตอบ
เรานำเข้า TEGO 51 หรือ
Ampholyt 51 จากประเทศเยอรมัน
แล้วนำมาผลิต Fi-care ที่มีความเข้มข้นของ
TEGO 51 ที่เหมาะสมกับการใช้งานสำหรับปลาสวยงามครับ ถาม
ทำอย่างไรจึงจะกระจายผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น ในเมื่อประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ ถ้าหากต้องเข้าไปดูตาม
web คงยุ่งยาก อยากใช้แต่รู้สึกลำบาก
ที่บ้านไม่มี computer และใช้ไม่เป็นด้วย
? ตอบ
เราเป็นบริษัทเล็กครับ
เริ่มต้นเราคงประชาสัมพันธ์ในหนังสือที่เกี่ยวกับปลาโดยตรงก่อน
ลูกค้าที่สนใจก็อาจสอบถามได้ที่ร้านจำหน่าย
หรืออาจโทรศัพท์ไปสอบถามกับเราที่
0-2926-6500 หรือติดต่อกับผมโดยตรงที่
0-1935-8899 หรือขอเอกสารต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้
เรายินดีที่จะส่งให้ครับ
ติดต่อกับเราได้ที่
บริษัท แคร์ ฟอร์ ไลฟ์
จำกัด 122/51 ถนนรัตนาธิเบศร์
ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง
จังหวัดนนทบุรี 11110 โทรศัพท์/โทรสาร
0-2926-6500 ทั้งนี้ เราก็หวังว่า
ลูกค้าของเราที่ใช้
Fi-care แล้วพอใจ ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เราอีกทางหนึ่งด้วย
------------------------------
|
||||||